ทำไม อาร์เนาโตวิช ถึงดีต่อ แมนยู

ชื่อของ มาร์โค อาร์เนาโตวิช กองหน้า เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กลายเป็นที่เอ่ยถึงเยอะขึ้นระดับหนึ่งในขณะนี้

เว็บ UFABET ภายหลังที่มีข่าวลือว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พอใจที่จะคว้าเขามาร่วมทีมในตลาดซื้อ-ขายนักฟุตบอล รอบสอง ตอนม.ค.นี้

ว่ากันว่า โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้อดีตลำแข้ง สโต๊ค ซิตี้ มากๆจนกระทั่งขั้นจัดเตรียมที่จะยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาด้วยเงินมากกว่า 50 ล้านปอนด์ (ราวๆ 2,250 ล้านบาท) เลยทีเดียว ซึ่งหากเขาย้ายไปอยู่กับ “ปีศาจแดง” จริงๆมันก็จะมีผลให้ มูรินโญ่ กับหน้าแข้งวัย 29 ปี ได้ร่วมงานกันอีกรอบ ภายหลังที่ อาร์เนาโตวิช เคยไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว ในช่วงฤดูกาล 2009-10

แน่ๆ ด้วยชื่อชั้นระดับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วนั้น การใส่ใจในตัวนักฟุตบอล อาร์เนาโตวิช นับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจพอตัว เพราะว่าจะว่าไปแล้วลำแข้งชาวออสเตรียก็มิได้เป็นลำแข้งที่เลื่องลืออะไร แถมหากจะเสียตังค์ระดับ 50 ล้านปอนด์เพื่อเขามันก็ดูเป็นค่าตอบแทนที่สูง สุดๆอีก

แต่กระนั้น อาร์เนาโตวิช ก็บางทีก็อาจจะเป็นการเสริมกองทัพซึ่งสามารถช่วยทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พ้นจากตอนวิกฤตินี้ได้แบบเดียวกัน ซึ่งนี่เป็นมูลเหตุที่ว่าเพราะเหตุไรมันถึงจะเป็นแบบนั้น


– จบสกอร์ได้ดี

แม้ว่าจะเคยถูกส่งลงเล่นเป็นปีกอยู่เสมอๆแต่ว่านั่นไม่ใช่ตำแหน่งที่กับ อาร์เนาโตวิช เยอะที่สุด จุดที่เหมาะสมกับเจ้าตัวสูงที่สุดคือการเป็นกองหน้า ผลงานของเขาจากฤดูก่อนนับว่าเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงประเด็นนั้นได้อย่างแจ่มแจ้ง

ในระหว่างที่ย้ายจาก สโต๊ค ไปอยู่กับ เวสต์แฮม เมื่อตอนซัมเมอร์ ปีกลาย ด้วยค่าตอบแทนพื้นฐาน 20 ล้านปอนด์ (ราว 900 ล้านบาท) ซึ่งจัดว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ เวสต์แฮม ในช่วงเวลานั้น (โดน เฟลิเป้ อันแดร์สัน ทำลายเมื่อตอนซัมเมอร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา) อาร์เนาโตวิช ถูกส่งลงเล่นเป็นปีกซ้ายกับปีกขวาอย่างสม่ำเสมอในระยะแรกๆแต่ว่าเขากลับทำผลงานได้ไม่ค่อยดีเลย เพราะว่านอกเหนือจากจะทำคะแนนมิได้แล้วนั้น เขายังทำแอสซิสต์มิได้สักคราวด้วย

แต่ พอถูกจับมาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าในช่วงเวลากลางเดือนธ.ค. ปีกลาย อาร์เนาโตวิช ก็ออกฤทธิ์ออกเดชในทันที เขาทำแต้มได้มาก กระทั่งทำให้เขาจบฤดูที่แล้วด้วยผลงาน 11 ประตูในลีก กับอีก 6 แอสซิสต์

ดังนี้ ในฤดูกาลนี้ อาร์เนาโตวิช ก็ยังทำผลงานได้น่าประทับใจ ภายหลังจากทำคะแนนในลีกไปแล้ว 5 ลูก จากการลงเล่น 11 นัดหมาย รวมทั้งเขาก็คงจะช่วยปรับปรุงแก้ไขประเด็นการทำแต้มให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ในระดับหนึ่ง


– ความชำนาญการเป็นกองหน้าครบถ้วนสมบูรณ์

แน่นอนว่าการเป็นกองหน้าที่ดีมันแปลว่าคุณจำเป็นต้องจบสกอร์ให้เด็ดขาด แต่ว่าการมีความชำนาญด้านอื่นๆก็นับว่าจำเป็นจะต้องมีเช่นกัน แล้วก็ถึงแม้ว่าจะมิได้ดีเยี่ยมที่สุดถึงขนาดระดับโลก แต่ อาร์เนาโตวิช ก็มีความชำนาญสำหรับเพื่อการเป็นกองหน้าที่ดีในระดับหนึ่ง

ดาวเตะดีกรีทีมชาติออสเตรียมีทั้งความเร็วที่พอจะฉุดกระชากหนีแนวหลังได้ รวมทั้งยังสามารถเก็บบอลเอาไว้กับตัวเจริญด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้เพื่อนฝูงร่วมทีมสามารถขึ้นเกมบุกร่วมกับเขาได้ จนกระทั่งเกิดผลดีต่อการเล่นเกมบุกของทีมนั่นเอง


– ลงมาเชื่อมเกมได้

เนื่องจากว่าเคยเป็นปีกมาก่อน ทำให้ อาร์เนาโตวิช สามารถถอยลงมาเชื่อมเกมเพื่อสร้างจังหวะการเล่นให้เพื่อนพ้องร่วมทีมได้ ปริมาณ 6 แอสซิสต์เมื่อฤดูกาลก่อนนับว่าเป็นสิ่งที่ตอกย้ำซ้ำเติมถึงหัวข้อนั้นได้อย่างดีเยี่ยม

จริงอยู่ว่าประสิทธิภาพด้านนี้ของ อาร์เนาโตวิช เทียบไม่ได้กับพวกเพลย์เมกเกอร์ระดับนานาชาติ แต่ว่ามันก็ดีแล้วพอเพียงสำหรับเพื่อการช่วย เวสต์แฮม ในตอนก่อนหน้านี้ รวมทั้งเขาก็อาจจะทำอย่างงั้นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เช่นเดียวกันก็ได้


– เลือดนักสู้

หากถามคำถามว่าอะไรเป็นข้อดีที่สุดของ อาร์เนาโตวิช แล้วล่ะก็ ผู้คนจำนวนมากก็จะตอบว่าเป็นการที่เขาเป็นพวกกล้าสู้ทุกจังหวะ เขาจะวิ่งตามบอลอย่างมากเพื่อผลตอบแทนของทีม รวมทั้งพร้อมทำทุกทางเพื่อช่วยทำให้ทีมชนะ

ตลอดตอนก่อนหน้าที่ผ่านมาแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด เห็นว่าทีมรักของพวกเขาขาดพวกนักฟุตบอลเลือดนักสู้มานานแล้ว ความประพฤติในหลายเกมของหน้าแข้ง “ปีศาจแดง” สื่อถึงประเด็นนั้นได้อย่างดีเยี่ยม เพราะฉะนั้น ถ้า อาร์เนาโตวิช ย้ายมาร่วมทีมแล้วล่ะก็ ความเป็นนักสู้ของเขาก็อาจจะช่วยกลุ่มของ มูรินโญ่ ได้อย่างดีเยี่ยม และก็อาจจะเป็นผลให้นักฟุตบอลคนอื่นเล่นแบบกระปรี้กระเปร่าตามไปด้วยก็ได้

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

5 เหตุผลที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์จะสามารถได้แชมป์บุนเดสลีกาได้

ผู้ครอบครองตำแหน่งจ่าฝูงบนตารางลีกบุนเดสลีกาในช่วงเวลานี้กำลังไล่ทำประตูคู่แข่งอย่างบ้าคลั่งง

เว็บ UFABET นำพาความหรรษารวมทั้งความคาดหมายมาสู่ถิ่น “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่จะยับยั้งภารกิจคว้าชัยชนะโดยตลอดของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ไว้เพียงแค่ 6 ยุค ภายหลังจากเชือดเอาชนะเสือใต้ได้ในเกมลีกนัดหมายที่ 11 มาดูกันว่าเพราะเหตุใดฤดูนี้ก็เลยบางทีอาจเป็นฤดูของดอร์ทมุนด์บ้างแล้ว


1) เกมรุกเหมาะสมที่สุด

ยิงไปแล้วถึง 33 ประตูในฤดูกาลนี้ เรียกว่าขณะนี้ไม่มีอะไรจะหยุดผู้ร่วมทีมของลูเซียง ฟาฟร์อยู่แล้ว ทั้งยังปาโก้ อัลกาเซร์ มาร์โค รอยส์ ยาดอน ซานโช คริสเตียน พูลิซิช แล้วก็ ยาคอบ บรุนน์ ลาร์เซน ต่างก็พากันท็อปฟอร์มทุกคน นำความหฤหรรษ์กลับมาสู่ถิ่นซิกนัล อิดูน่า พาร์คเสมือนในสมัยของคล็อปป์อีกรอบ ซึ่งในเวลานั้นเป็นรอยส์ เลวานดอฟสกี้ โอบาเมยองและก็มคิทาร์ยาน ที่ผสานเกมกันอย่างสุดมันในดินแดนหน้า

ในขณะนี้กัปตันทีมอย่างรอยส์มีกองกำลังที่ช่วยส่งเสริมเกมรุกที่ดียอดมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นมาห์มูด ดาองค์การอนามัยโลกด มักซิมิเลียน ฟิลิปป์ มาริอุส โวลฟ์ และก็ มาริโอ เกิตทึ่ม เป็นอันมากสำคัญอย่างที่ไม่เคยมีมานับเป็นเวลาหลายปี


2) รอยส์รับหน้าที่แม่ทัพสั่งการ

ชื่อของมาร์โค รอยส์นั้นแปลงเป็นยี่ห้อของดอร์ทมุนด์ไปแล้ว แต่ว่าโชคร้ายที่เขามักประสบพบเจอกับปัญหาการบาดเจ็บรุมเร้าอยู่เป็นประจำ แต่ในช่วงฤดูกาลนี้เขาหายเจ็บเป็นปลิดทิ้งแล้วก็กลับมาฟิตเต็มเปี่ยมอีกที การเป็นผู้เล่นชุดปัจจุบันนี้ที่ลงเล่นเยอะที่สุดในชมรม รวมทั้งการลากลุ่มของนักฟุตบอลรุ่นเก๋าอย่างนูริ ซาฮิน โอบาเมยอง โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ และก็ โซครั้งติเตียนส เขาก็เลยจำเป็นต้องรับบทบาทใหม่สำหรับในการเป็นพี่ใหญ่ที่นักฟุตบอลรุ่นน้องพึ่งพาอาศัยได้

รอยส์รับผิดชอบหน้าที่อันมีเกียรตินี้ได้เป็นอย่างดี เขาโยกมาเล่นกึ่งกลางเยอะขึ้นจากตำแหน่งเดิมที่มักออกไปยืนขอบเส้นฝั่งซ้ายเป็นส่วนมาก 8 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ที่ทำได้ในช่วงฤดูกาลนี้เป็นสิ่งพิสูจน์ที่ชัดแจ้ง รวมทั้งฟอร์มอันเร่าร้อนในเกม “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ก็ทำให้พวกเราเชื่อมันในตัวเขาขึ้นไปอีก โดยรอยส์กล่าวไว้ว่า “เมื่อคุณต่อสัญญากับกลุ่มถัดไปอีก 4 ปีในวัย 28 หรือ 29 ปี โน่นก็มีความหมายว่าคุณควรจะมีวัตถุประสงค์อะไรสักอย่างที่พิเศษ มันก็คือการนำกลุ่มกลับมายืนในจุดที่พวกเราเคยอยู่ แล้วก็พวกเราทุกคนก็ต้องการจะไปยืนอยู่นั่น”


3) ลูเซียง ฟาฟร์

ส่วนสำคัญที่สุดของเสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ขณะนี้น่าจะเป็นคนไหนกันไปมิได้นอกเหนือจากเทรนเนอร์คนเก่งคนนี้ หากแม้เขาบางครั้งอาจจะไม่เคยพาแฮร์ธ่า เบอร์ลิน โบรุสเซีย เมินหน้าศาสนาเชนกลัดบัค หรือนีซได้แชมป์อะไรก็ตามแต่ว่าก็จัดว่าทำผลงานได้ดีเยี่ยม ย้อนกลับไปในช่วงฤดูกาล 2007/08 แฮร์ธ่าจบฤดูในอันดับที่ 10 ด้วยคะแนน 44 แต้ม ก่อนทะยานขึ้นมาจบอันดับที่ 4 ได้ใน 2 ปีถัดมาด้วยคะแนน 69 แต้ม

แทบเป็นหนังม้วนเดียวกันกับที่กลัดบัค ทีมสิงห์หนุ่มจมอยู่ด้านหลังตารางในช่วงฤดูกาล 2010/11 แต่ฟาฟร์ช่วยพาทีมรอดตกชั้น ก่อนพาทีมทะยานขึ้นมาจบ 6 ลำดับแรกบนตารางลีกรวมทั้งพาทีมคว้าโควต้าบอลยุโรปได้ถึง 2 ครั้งใน 3 ฤดู

แล้วต่อจากนั้นฟาฟร์จะย้ายมายังชมรมนีซ ทีมจบอันดับ 4 บนตาราง และก็เพียงแค่ฤดูเดียวฟาฟร์ก็พาทีมขึ้นมาจบชั้น 3 ทำสกอร์ได้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 15 แต้ม ตามสถิติแล้วจะมีความเห็นว่าเขาช่วยยกฐานะกลุ่มให้ดียิ่งขึ้นได้เสมอ คริสโคนฟ คราวเมอร์ พูดถึงสมัยก่อนนายเก่าว่า

“เขาตั้งใจในทุกรายละเอียดอย่างที่ไม่มีผู้ใดทำ เขาสอนผมว่าถ้าเกิดคู่แข่งขันเพียรพยายามเลี้ยงบอลผ่านด้านขวา ผมก็ควรจะใช้เท้าซ้ายสกัดแทนเท้าขวา วิธีการทำอย่างงั้นจะมีผลให้ผมรวดเร็วขึ้น เนื้อหาอะไรอย่างนี้ล่ะที่ทำให้นักฟุตบอลดิวิชั่น 2 แล้วก็ระดับเวิลด์คลาสต่างกัน”

รอยส์ก็ยังกล่าวคล้ายกันเมื่อเขาร่วมงานกับฟาฟร์ที่กลัดบัค “เป็นประสบการณ์อันเยี่ยมที่สุดที่ได้มีความคิดเห็นว่าผู้ฝึกสอนนั้นละเอียดอ่อนแค่ไหน เขาทำทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเองหมด อีกทั้งในสนามรวมทั้งห้องแต่งตัวและก็ควบคุมได้หมด ผมหวังว่าเขาจะดำเนินการอย่างเดิมแบบนั้น ถ้าเกิดเป็นอย่างงั้นจริงๆพวกเราคงจะพิงอร์ทมุนด์กลับมาทะยานได้”


4) ประวัติศาสตร์เสือเหลือง

ตอนที่บาเยิร์นดูเหมือนจะไม่ยินยอมชูบัลลังก์แชมป์ให้คนไหนกล้วยๆนั้น มีเรื่องมีราวราวประวัติศาสตร์ที่น่าดึงดูดอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ครั้งปัจจุบันที่บาเยิร์นทำผลงานได้ห่วยเท่าขณะนี้ภายหลังผ่านไป 11 เกมเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาล 2010/11 ซึ่งแชมป์ลีกในช่วงฤดูกาลนั้นเป็นของ…. ใช่แล้ว ดอร์ทมุนด์!0:0

แต่ว่าสิ่งที่สร้างความแน่ใจให้ดอร์ทมุนด์อันที่จริงแล้วน่าจะเป็นการมาของ 2 นักฟุตบอลจอมพลังอย่างอักเซล วิตเซลแล้วก็โทมัส เดลานีย์ ที่เพิ่มความดุเดือดให้กับเสือเหลืองได้อย่างยอดเยี่ยม หน้าแข้งฝีเท้าดีทั้งคู่รายนี้ก็เลยเปรียบได้กับนักฟุตบอลตัวพลิกเกมแล้วก็เป็นอย่างยิ่งสำคัญที่ดอร์ทมุนด์หายไปนาน


5) จิตใจที่กล้าแกร่ง

สิ่งนี้แหละที่ช่วยเสริมกำลังจิตใจให้สมาชิกของฟาฟร์ทำผลงานออกมาได้ดีเยี่ยม พวกเราเคยได้เห็นกันในช่วงฤดูก่อนที่จะผ่านมาแล้วว่ากลุ่มเสือเหลืองนั้นแม้ว่าจะออกนำชาลเค่อไปถึง 4 ประตู แม้กระนั้นท้ายที่สุดผลจบสิ้นลงด้วยการเสมอ 4-4 ประตู เปลี่ยนเป็นแผลใจที่จะต้องแก้ไข แต่ว่าในช่วงฤดูกาลนี้ดอร์ทมุนด์กลายเป็นข้างตามอยู่บ่อยครั้งหลายหน ทั้งยังในเกมที่เจอกับเอาก์สบวร์กที่โดนนำ 1-0 และก็ 2-1 ประตู แม้กระนั้นก็พลิกกลับมาเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 4-3 ประตู โดนไบเออร์ เลเวอร์คูเซนยิงนำ 2-0 แม้กระนั้นก็กลับมาชนะ 4-2 ประตู โดนฮอฟเฟนไฮม์ออกนำแต่ว่าก็ไล่ยิงตามตีเสมอได้ แล้วก็ที่สุดยอดที่สุดก็คือแม้ว่าจะกลายเป็นรองบาเยิร์น มิวนิคถึงสองครั้ง แต่ว่าก็พลิกกลับมาเอาชนะได้สำเร็จ

ยังไงก็ดี… เหตุผลทั้งหมดนี้ก็ยังตัดสินฤดูกาลที่เหลือมิได้หรอก จะต้องติดตามกันถัดไปอีกยาว

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , แทงบอลเงินสด Online

post

4 แข้งช้างศึกที่ดับเสียงวิจารณ์ใน ซูซูกิ คัพ 2018

ชีวิตนักฟุตบอลไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะก้าวผ่านเสียงวิจารณ์ เพราะบางครั้งต่อให้เล่นดีก็อาจไม่พ้นถูกมองในแง่ลบ

นี่เป็นสิ่งที่แสนจะอันตรายมากกว่าคู่แข่งขันในสนามเพราะว่ามันบางทีอาจบ่อนทำลายพลังใจอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักฟุตบอลที่ได้ลงเล่นในระดับกลุ่มชาติที่น้อยครั้งจะหนีพ้นเรื่องเสียงวิภาควิจารณ์ แล้วก็พวกเขาพวกนี้เป็นฝูงชนที่ถูกกระแสแง่ลบเข้าจู่โจมโดยตลอด แม้กระนั้นสิ่งที่พวกเขาใช้ตอบโต้คำพวกนั้นเป็นผลงานในสนามที่สุดด้านหลังแล้วมันเปลี่ยนเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้มีความเห็นว่ามีดีเท่ากับการใส่ยูนิฟอร์มกลุ่มชาติไทย

สรรวัชญ์ เดชมิตร

ก่อนที่จะได้รับการยินยอมรับจากแฟนบอลราวกับในขณะนี้ เขาจะต้องผ่านเสียงวิภาควิจารณ์อย่างมากตลอดในระดับที่เรียกว่าเป็นนักฟุตบอลช้างศึกที่โดนหนักที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

ฟอร์มในกองทัพช้างศึกของยอดกองกลางจาก กางงค็อก ยูไนเต็ด ตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมายังไม่ลงตัวสักเท่าไหร่การส่งบอลมีขาดเกินอยู่หลายครั้ง แม้กระนั้นเขาก็มักถูกไม่โลวาน ราเยวัช เรียกเข้ามาติดกลุ่มอยู่เป็นประจำ รวมทั้งโน่นเปลี่ยนเป็นตัวการที่ทำให้แฟนบอลยังปฏิเสธกับการที่เจ้าตัวมีชื่อติดกองทัพช้างศึกบ่อยมากในสมัยของที่ปรึกษาชาวเซอร์เบีย

นอกเหนือจากนั้นในเกมฝึกซ้อมแต่ละครั้ง สรรวัชญ์ มักถูกใส่ชื่อลงเป็น 11 คนแรกอยู่บ่อย แล้วก็ถูกโยกไปเล่นกองกลางตัวกลางบ้าง ขอบเส้นบ้าง ซึ่งบางเวลาด้วยตำแหน่งที่ไม่ถนัดทำให้เขาแสดงฝีเท้าออกมาได้ไม่เต็มกำลังทั้งหมดทุกอย่างยิ่งสนับสนุนให้เขามองยังไม่ใช่หน้าแข้งคนสำคัญที่จะมารับบทผู้นำกองทัพของกลุ่มในสายตาแฟนบอลนิดหน่อย

เขาจำต้องทรหดอดทนกับเสียงวิภาควิจารณ์อย่างมาก ซึ่งเจ้าตัวเองก็ทราบดีว่าเขากลายเป็นเป้าสายตาของแฟนบอลที่ถูกดูในด้านลบ แต่ทว่าเขายังคงพร้อมรับใช้กลุ่มเต็มกำลังยามที่ได้โอกาส จนถึงทัวร์ทุ่งนาเม้นใหญ่ที่สุดในอาเซียนอย่าง เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 มาถึงแปลงเป็นจุดแปลงสำคัญ รวมทั้งเป็นอีกรอบที่มิดฟิลด์กางงค็อกผู้นี้จะได้พิสูจน์ตนเองสำหรับเพื่อการรับใช้กองทัพ

“ผมอยากดึงตัวตนของผม ออกมาให้ได้มากที่สุด และแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ผมเล่นได้” สรรวัชญ์ เดชมิตร แสดงความตั้งใหนักอย่างกแน่นของตัวเองก่อนที่ทัวร์นาเม้นดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น ณ เวลานั้นไม่มีใครอาจคาดเดาได้ว่าเขาจะสามารถทำผลงานได้ดีแค่ไหนหรือจะทดแทนเรื่องการสร้างสรรค์เกมเมื่อไทยไม่มี ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้หรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาได้ลั่นวาจาเอาไว้แล้ว และต้องทำมันให้สำเร็จเท่านั้น…

ศึกประเดิมสนามของทีมชาติไทยได้เริ่มต้นขึ้นโดยเจอกับ ติมอร์ เลสเต้ สรรวัชญ์ แสดงให้เห็นถึงจินตนาการสร้างสรรค์เกม และการควบคุมบอลอันเหนือชั้นก่อนจะจัดการทำคนเดียว 3 แอสซิสต์ และมีส่วนช่วยให้ทีมทำเพิ่มอีกหนึ่งประตูให้ทัพช้างศึกถล่มคู่แข่งไปถึง 7-0

….ภาพในแง่บวกของแฟนบอลที่มีต่อตัวเขาเริ่มเกิดขึ้นแล้ว

อย่างไรก็ตามบางส่วนมองว่าเกมกับ ติมอร์ ยังพิสูจน์อะไรไม่ได้มาก เพราะคู่แข่งห่างชั้นเกินไป แต่ทุกเสียงวิจารณ์ก็ถูกสยบลงเมื่อในเกมที่สองกับ อินโดนีเซีย เขาบัญชาเกมได้ยอดเยี่ยม และเล่นได้อย่างเนียนตาพร้อมจัดการติลเลอร์พาสสุดเหนือชั้นที่ส่วนสำคัญให้ทัพช้างศึกเอาชนะแข้งอิเหนา 4-2 เก็บ 6 แต้มเต็มจาก 2 นัดในรายการนี้ได้สำเร็จ

แม้ทัวร์นาเม้นยังไม่จบ แต่ ณ เวลานี้ สรรวัชญ์ ได้พิสูจน์ตัวเองกับคำที่เขาเคยกล่าวเอาไว้ ซึ่งทำให้ในตอนนี้เขากลายเป็นแข้งช้างศึกที่โดดเด่นที่สุดในซูซูกิ คัพ หนนี้ พร้อมได้ใจแฟนบอลไปเต็มๆ และไม่มีข้อกังขาสำหรับเขาอีกต่อไป


อดิศักดิ์ ไกรษร

ด้วยการบาดเจ็บจนกระทั่งจะต้องร้างสนามไปนานก็เลยเป็นเหตุผลหลักที่ถูกเห็นว่าบางทีอาจไม่สามารถที่จะกลับมาระเบิดฟอร์มให้กองทัพช้างศึกได้

แต่เดิมเขาเป็นดาวยิงเบอร์สองรองจาก ธีรศิลป แดงดา เมื่อฝีเท้าของเขาเป็นที่ยอมรับจากการจบสกอร์ที่คมมากมีความแข็งแกร่งแถมมีวิญญาณเพชรฆาตเต็มกำลัง แต่ว่าก่อนหน้าที่ผ่านมาก็มักถูกการบาดเจ็บทำร้ายจนกระทั่งไม่อาจจะลงในสนามสม่ำเสมอทั้งยังในระดับสมาพันธ์ รวมทั้งกลุ่มชาติ

ฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่ออกจะโชคร้ายเมื่อได้รับบาดเจ็บหนักก่อนเปิดฤดูกาลเพียงแต่ไม่กี่วัน โดยเกมที่ เมืองทองคำ ยูไนเต็ด เอาชนะ จังหวัดชลบุรี เอฟซี 4-1เป็นครั้งแรกที่เขากลับมาลงไปในสนามอีกทีในรอบ เดือน แต่ว่าแม้ว่าจะได้ลงไปทั้งปวง เกม เขาก็ยังไม่สามารถที่จะเบิกสกอร์ได้เลยจนกระทั่งจบฤดู

อย่างไรก็แล้วแต่ ไม่โลวาน ราเยวัช ยังให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตัวเขา และก็เรียกกลับมาติดกองทัพช้างศึกอีกรอบในชุดตระเตรียมกลุ่มฝ่าซูซูกิ คัพ ก่อนที่จะมีชื่อเป็น ใน 23 แม่ทัพของรายการนี้ แม้กระนั้นในสายตาแฟนบอล แม้ว่าจะสารภาพว่าเขาเป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่เต็มไปด้วยพิษสง แต่ว่า ณ เวลานั้นด้วยผลงานที่เกิดขึ้น รวมทั้งลักษณะการเจ็บที่พึ่งจะหายทำให้ อดิศักดา ยังมิได้รับความวางใจจากแฟนบอลสักเท่าไหร่ ทั้งยังยังมีบางกรุ๊ปเห็นว่า ศุภชัย เด็ดเดี่ยว คงจะเหมาะสมกับตำแหน่งกองหน้าตัวเป้ามากยิ่งกว่าเขาด้วย

แต่ว่าเกมแรกกับ ตำหนิมอร์ เลสเต้ เขาใช้จังหวะคราวนี้ทำให้เห็นว่ามีดีพอที่จะเป็นกองหน้าคนสำคัญของกลุ่มเมื่อจัดแจงซัดผู้เดียว ประตู พาทีมชนะ ตำหนิมอร์ 7-0 ก่อนที่จะต่อไปเกมกับ อินโดนีเซีย อดิศักดา จะกดเพิ่มเติมอีกลูกแปลงเป็นดาวซัลโวสูงสุดของรายการนี้

นอกเหนือจากนั้น ประตูที่เกิดขึ้นเพียงแต่ นัดหมายก่อนหน้าที่ผ่านมา ทำให้เขาแปลงเป็นผู้เล่นไทยที่ทำคะแนนในศึกชิงชนะเลิศอาเซียน ได้มากที่สุดในหนึ่งทัวร์นาเมนต์เสมอกัน เนตำหนิดงษ์ ศรีทองคำอินทร์ ที่ทำไว้ ประตูเสมอกันเมื่อปี 1996

ผลงาน และสถิติที่เกิดขึ้นทำให้ อดิศักดิ์ กลับมาเป็นจอมยิงประตูในสายตาของแฟนบอลอีกครั้ง และทำให้เขาคือหัวหอกตัวความหวังที่จะพาไทยป้องกันแชมป์ซูซูกิ คัพ หนนี้…


มงคล ทศไกร

หากพูดถึงนักเตะที่ถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นหนักที่สุด และโดนมาตลอดคงหนีไม่พ้นเขาคนนี้

เดิมทีเขาเป็นที่ยอมรับในวันที่ขึ้นมาติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ช่วงแรกด้วยการเล่นที่ใจสู้ไปกับบอลได้ดีเก็บบอลได้เหนียวแน่น อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปฟอร์มของเขาก็ค่อยๆลดลงไปอีกทั้งตำแหน่งริมเส้นส่วนใหญ่ในทีมมีจุดเด่นที่ความเร็ว และคล่องก็ยิ่งทำให้เขาถูกนำไปเปรียบเทียบบ่อยครั้ง ซึ่งต่างจากสไตล์การเล่นของเขาจนเริ่มมีเสียงวิจารณ์ในแง่ลบออก

มงคล กลายเป็นเป้าสายตาทุกครั้งที่มีการประกาศรายชื่อทีมชาติไทยหากมันมีชื่อของเขาอยู่ในทีมไม่ว่าจะรายการไหนก็ตาม แต่กระนั้นเขาก็ยังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป และมักออกมากล่าวเสมอว่าเขาเองดีใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสรับใช้ทีมชาติไทย ยิ่งไปกว่านั้น มงคล กลายเป็นคนที่มักยิงประตูสำคัญๆให้ทีมได้เสมอทว่าท้ายที่สุดแล้วเขายังคงเป็นคนหนึ่งในทีมที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักในทุกช่วงเวลาจนครั้งหนึ่งในเกมที่ทัพช้างศึกเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถานต้อนรับการมาเยือนของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบสุดท้าย โซนเอเชีย นัดที่ 8 แน่นอนว่าก่อนเริ่มเกมเขาก็ยังโดนวิจารณ์เหมือนเคย

ทว่า มงคล กลับเป็นผู้ยิงประตูใส่ยูเออี พาไทยออกนำไปก่อน แต่หลังจากนั้นเขาก็ทำให้สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงเมื่อวิ่งไปตะโกนใส่กล้องระเบิดอารมณ์ที่ทนเก็บเอาไว้ออกมาแบบสุดเสียง…

“ผมก็ไม่รู้ผมพูดอะไรออกไปบ้าง แต่ผมจำคำพูดหนึ่งว่าได้ว่าผมรักประเทศไทย ถ้ากล้องได้บันทึกเสียงก็จะได้ยิน ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมรอวันนี้มาช่วงเวลาหนึ่ง” มงคล เท้าความถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

ในศึกซูซูกิ คัพ 2018 นัดแรกกับ ติมอร์ เลสเต้ เขาถูกส่งลงเป็น 11 คนแรก ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม แม้จะไม่มีจังหวะการเข้าทำที่อันตราย แต่เขาก็สร้างประโยชน์ให้ทีมได้ไม่น้อยเมื่อทำหนึ่งแอสซิสต์ และเรียกฟาลว์จนประตูคู่แข่งถูกใบแดงไล่อกจากสนาม หลังจบเกมนั้นเขาได้รับการยอมรับจากแฟนบอลเพิ่มขึ้นเมื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะไม่ได้เป็นนักเตะที่คล่องตัวหรือมีความเร็วสูงตามสไตล์ปีกทั่วไป แต่เขามีหัวใจที่แข็งแกร่ง และมีความรับผิดชอบในหน้าที่จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เสียบอลเขาจะรีบวิ่งกลับมาช่วยทีมในแดนหลังเสมอ

และมันคือคำตอบว่าทำไมครั้งหนึ่ง ราเยวัช เคยกล่าวว่า มงคล ทศไกร คือผู้เล่นที่มีคุณภาพของทีม และเรียกเขามาติดทัพช้างศึกเสมอแม้จะค้านสายตาแฟนบอลบางกลุ่มก็ตาม…


ปกเกล้า อนันต์

กาลครั้งหนึ่ง ปกเกล้า เป็นหน้าแข้งอีกรายที่ถูกวิภาควิจารณ์หนักไม่น้อยภายใต้การควบคุมกลุ่มสมัย สิโก้เก๋ เกียรติ เสนาเมือง

ในศึกบอลโลก รอบเลือกสรร โซนทวีปเอเชีย ปกเกล้า ถูก สิหรูหรา เรียกติดกลุ่มโดยตลอด แต่ว่าผลงานในสนามกลับถูกแฟนบอลคิดว่ายังไม่ดีพอเพียงสำหรับเพื่อการเล่นให้กลุ่มขณะนั้นทั้งยังถูกคิดว่าเป็นลำแข้งหน้าเก่าที่ สิเก๋ เลือกใช้งานโดยที่ไม่ยินยอมเปลี่ยนแปลงแทคติกหรือผู้เล่นเพื่อยกฐานะเกมให้สูงมากขึ้น แม้กระนั้นด้าน สิเก๋ เองเปิดเผยว่านี่เป็นผู้เล่นซึ่งสามารถตอบปัญหาแทคติของเขาเยอะที่สุด

แต่ว่าผลงานที่ตรงลงยิ่งทำให้ ปกเกล้า โดนมองดูในด้านลบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิมแม้ว่าจะเป็นกองกึ่งกลางที่มีส่วนช่วยกลุ่มครอบครองแชมป์ซูซูกิ คัพ 2016 ได้เสร็จ แต่ว่าดูเหมือนกับว่ายังไม่สามารถที่จะเรียกเลื่อมใสจากแฟนบอลได้มากเพียงพอ แล้วก็เขาจะต้องทนกับเสียงวิภาควิจารณ์บ่อยในยามอยู่ในสนาม

ไม่โลวาน ราเยวัช ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่พร้อมด้วยความเคลื่อนไหวกลุ่มครั้งใหญ่ที่ให้โอกาสให้นักฟุตบอลคนใหม่เข้ามาสู่กลุ่มเพื่อพิสูจน์ฝีเท้า แต่ว่าปกเกล้า ยังคงได้รับความเชื่อใจจากผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเซอร์เบียให้เข้ามาติดกลุ่มอยู่หลายครั้ง ซึ่งครั้งใดก็ตามได้รับจังหวะเขาแสดงฝีเท้าอย่างมาก การเล่นของเขามีส่วนทำให้ดินแดนกึ่งกลางกองทัพช้างศึกลื่นไหลขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเขยื้อนหรือการผ่านมา

โดยในรายการซูซูกิ คัพ คราวนี้ เขาได้มีชื่อเป็น ใน 23 นายทัพชุดคุ้มครองปกป้องแชมป์อาเซียน และก็เป็นอีกรอบที่เขาตอบโต้คำติชมด้วยผลงานในสนามที่เล่นได้อย่างเนียนตา แล้วก็ปัจจุบันเพิ่งจะทำแต้มสุดงามในเกมกับกลุ่มชาติอินโดนีเซีย พาช้างศึกชนะไปด้วยสกอร์ 4-2

Powered by UFABET


 

 

สมราคากองหลังแพงสุดในโลก!

รวมความยอดเยี่ยมของ “ฟาน ไดค์” กับหงส์แดง

เว็บ UFABET เมื่อตอนม.ค.ก่อนหน้านี้หลายท่านแสดงความกังขาว่ามันจะเป็นการลงทุนที่คุ้มสำหรับ หงส์แดง ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไหม กับการที่พวกเขายอมซื้อเป็นเงินมากถึง 75 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 3,375 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวฮอลล์แลนด์มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน กระทั่งทำให้ ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังค่าตอบแทนแพงที่สุดของโลก

อย่างไรก็ดี จนกระทั่งช่วงนี้ ฟาน ไดค์ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ หงส์แดง ใช้ไปเพื่อเป็นค่าจ้างของเขามันไม่เสียเปล่า ภายหลังที่เจ้าตัวทำผลงานได้เด่น กระทั่งช่วยทำให้ “ลิเวอร์พูล” เป็นรองจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก อยู่เวลานี้ ซึ่งวันนี้พวกเราจะมาดูกันว่าตรงจุดไหนบ้างที่ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ทำได้แข็งแกร่ง โดยพวกเรามิได้มาเอ่ยถึงความเด่นของเขาเฉยๆแต่ว่ามีตัวเลขอย่างเป็นทางการจาก พรีเมียร์ลีก มายืนยันด้วย


– ความแม่นยำสำหรับในการเข้าสกัด

ในช่วงฤดูกาลนี้ ฟาน ไดค์ เข้าสกัดใส่คู่ปรับไปแล้วทั้งสิ้น 13 ครั้ง ซึ่งมองผิวเผินแล้วจำนวนมันบางครั้งก็อาจจะน้อย แต่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะเหตุว่าทีมใหญ่อย่าง หงส์แดง ไม่ต้องเล่นเกมรับมากมายพอๆกับทีมอื่นๆกระทั่งทำให้เกมรับไม่พบงานหนักมากจนเกินไป

ที่สำคัญกว่าหัวข้อการเข้าสกัด คือความแม่นยำสำหรับในการทำแบบนั้น ซึ่งดาวเตะวัย 27 ปี ก็ทำผลงานตรงจุดนี้ได้น่าประทับใจสุดๆเพราะเหตุว่าเขามีเปอร์เซ็นต์เข้าสกัดสำเร็จใน พรีเมียร์ลีก มากถึง 77 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ตอนที่ อิดริสซ่า กาน่า เกย์ ดาวเตะ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าสกัดสูงที่สุดเวลานี้ของศึก พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2018-19 มีเปอร์เซ็นต์การเข้าสกัดสำเร็จอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ โดย เกย์ กระทำการสกัดไป 57 ครั้ง

แน่ๆว่าการเข้าสกัดได้ถูกต้องมันทำให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตูได้ และไม่เสียฟาวล์ด้วย โดยเหตุนั้นมันก็เลยไม่น่าประหลาดใจเลยที่ในช่วงเวลานี้ หงส์แดง จะพึ่งเสียประตูในลีกไปเพียง 5 ลูกแค่นั้น


– ความเด่นในลูกกลางอากาศ

ด้วยความสูง 193 ซม. แล้วก็ร่างกายที่ดูเข้มแข็ง ทำให้การเล่นลูกในอากาศนับว่าเป็นคุณลักษณะเด่นของ ฟาน ไดค์ ตั้งแต่ยุคที่เขาอยู่กับ เซลติก และก็ เซาธ์แฮมป์ตัน แล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ หงส์แดง ตัดสินใจเทเงินดึง ฟาน ไดค์ มาร่วมทีม

ภายหลังมาใส่เสื้อของ หงส์แดง แล้วนั้น ฟาน ไดค์ ก็ยังทำได้เด่นในด้านนี้ โดยในช่วงฤดูกาล 2018-19 เขาชนะเวลาแย่งบอลในอากาศได้ถึง 44 ครั้ง และก็แพ้เพียงแต่ 22 ครั้ง ซึ่งถ้าเกิดเทียบกับเฉพาะบรรดาทีมในกรุ๊ปท็อปซิกข์ซ์ (หงส์แดง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, อาร์เซน่อล รวมทั้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) แล้วล่ะก็ เขาก็นับว่าเป็นนักฟุตบอลที่ชนะการดวลในอากาศเยอะที่สุดเป็นอันดับ 2 ด้อยกว่าเพียงแค่ ชโคดราน มุสตาฟี่ ด่านข้างหลังชาวเยอรมันของ อาร์เซน่อล เพียงผู้เดียวแค่นั้น โดย มุสตาฟี่ ทำได้ 48 ครั้ง

นอกจากนั้น ฟาน ไดค์ ยังจัดการบอลพ้นพื้นที่อันตรายด้วยการโหม่งได้ถึง 31 ครั้ง จากการจัดการบอลรวมเบ็ดเสร็จ 67 ครั้งด้วย ซึ่งในกรุ๊ปท็อปสิกข์ซ์เขาก็โหม่งเคลียร์บอลแพ้เพียงแค่ มุสตาฟี่ กับ ดาวิด ลุยซ์ ป้อมหลัง เชลซี เพียงแค่นั้น


– ความยอดเยี่ยมเมื่อพบเหตุการณ์สำคัญ

เขาว่ากันว่าคนเป็นกองหลังจำต้องต่อกรกับเหตุการณ์ที่สำคัญ อาทิเช่นการดวลกับคู่แข่งแบบตัวต่อตัวให้ได้ ซึ่ง ฟาน ไดค์ ก็ทำได้เยี่ยมที่สุดในด้านนี้ เพราะว่าเขาชนะจังหวะดวลกับคู่ต่อสู้ถึง 64 ครั้งเลยทีเดียว

นอกจากนั้น ในจังหวะแบบ 50/50 ผู้ครอบครองสถิติกองหลังค่าจ้างแพงที่สุดในโลกก็ยังตัดบอลได้สำเร็จถึง 2 ครั้งด้วย นอกเหนือจากนั้น เขาก็ยังไม่เคยเล่นบกพร่องจนถึงกับส่งผลให้เกิดการทำให้ทีมเสียประตูแม้แต่ครั้งเดียวอีกต่างหาก

ในช่วงเวลาที่ในด้านการตามไปเก็บบอลที่หลุดออกมาจากการครอบครองบอลนั้น ฟาน ไดค์ ก็ยังทำได้ถึง 58 ครั้งด้วย ซึ่งแนวทางการทำแบบนั้นได้มันช่วยทำให้ทีมไม่ต้องพบกับแรงกดดัน และก็สามารถเปิดเกมบุกได้นั่นเอง

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

นักเตะ 5 ดาวรุ่งพุ่งแรงอายุไม่ถึง 20 ปี

วันนี้จะพาทุกท่านมาชม 5 นักเตะ อายุที่ไม่ถึง 20 ปี ที่กำลังมีฟอร์มการเล่นที่ดีในตอนนี้ 

ยูฟ่าเบท ปัจจุบันนี้ผู้เล่นดาวรุ่งเปลี่ยนเป็นหน้าแข้งที่ขึ้นมามีหน้าที่สำคัญของหลายสโมสร พร้อมเป็นนักฟุตบอลที่มีมูลค่าทางการตลาดเป็นอย่างมากเมื่อการย้ายทีมเกิดขึ้น พวกเราจะพาไปดูว่าในขณะนี้มีคนไหนบ้างที่เก่งเกินวัยเป็นดาวรุ่งอนาคตไกล หลังเฉิดฉายแววตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี


5.ไค ฮาแวร์ทซ์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น)

กองกลางชาวเยอรมันถูกดันขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของเลเวอร์ คูเซ่นในปี 2016 เพื่อเป็นผู้แทนของ ฮาคาน ชัลฮานโนกลู ที่ติดโทษแบนจากสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติถึง 4 เดือน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่เอซี มิลานในเวลาถัดมา โดยเจ้าตัวถูกส่งลงเล่นเกมแรกด้วยการเป็นตัวสำรองแทน ชาร์ลส์ อรานกิซ ในเกมที่ต้นสังกัดเอาชนะ เบรเมน 2-1 นำมาซึ่งการทำให้เจ้าตัวเปลี่ยนเป็นนักฟุตบอลอายุต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ลงเล่นให้กับสโมสร ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี 126 วัน

หน้าแข้งวัย 19 ปี เป็นนักฟุตบอลที่เล่นได้ทั้งสองเท้า รวมทั้งการส่งบอลได้ถูกต้องแม่นยำสุดๆจนได้รับการตั้งชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่มีสไตล์คล้ายกับ มิชาเอล บัลลัค รวมทั้ง เมซุส โอซิล อดีตกาลหน้าแข้งทีมชาติเยอรมัน โดยฤดูกาลนี้เขาทำไปแล้ว 6 ประตู 4 แอสซิสต์ กระทั่งกลายเป็นวัตถุประสงค์ของยักษ์ใหญ่อย่างบาเยิร์น มิวนิค


4.อั๊กเซล ซากาดู (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

ด่านหลังชาวประเทศฝรั่งเศสถูกดอร์ทมุนด์ดึงตัวมาจาก ปารีส แซง แชร์กแมง เมื่อฤดูที่แล้วแบบไม่มีค่าตัว แต่ว่ายังไม่สามารถที่จะโชว์ฟอ์รมเก่งออกมาได้ โดยได้โอกาสลงเล่นเพียงแต่ 16 เกม

อย่างไรก็แล้วแต่การที่ ลูเซียง ฟาฟร์ เข้ามารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคนใหม่ของกองทัพ “เสือเหลือง” ในซีซํ่นนี้ ทำให้เขาฉายแววเก่งขึ้นมาจนถึงยึดตำแหน่งตัวหลักของทีมไปแล้วจับคู่กับ มานูเอล อคานยี่ ได้อย่างแน่นแฟ้น รวมทั้งด้วยรูปร่างที่สูงถึง 196 ซม.ทำให้ ดาวเตะวัย 19 ปี มีทั้งยังความแข็งแกร่ง ดุเดือด เข้าบอลได้ถูกต้องแม่นยำ เป็นหัวใจหลักให้ทีมรั้งจ่าฝูงบุนเดสลีกา และก็ถ้ายังรักษาฟอร์มได้บ่อยโอกาสติดทีมชาติประเทศฝรั่งเศสชุดใหกญ่คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม


3.จาดอน ซานโช่ (ดอร์ทมุนด์)

กองกลางเลือดผู้ดีขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของดอร์ทมุนด์ในช่วงฤดูกาล 2017-18 แต่ว่ายังไม่สามารถที่จะฉายแววเก่งออกมาได้ โดยได้ลงเล่นเพียงแค่ 12 เกม ทำได้ 1 ประตู

แต่ในสมัยของที่ปรึกษาใหม่อย่าง ลูเซียง ฟาฟร์ ในซีซํ่นนี้ดาวเตะวัย 18 ปี แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวหลังลงเล่นเกมลีกไปแล้วทั้งหมด 11 นัด ทำได้ 4 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ พร้อมพึ่งจะได้รับเลือกให้ครอบครองรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำเดือนต.ค. ของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ยิ่งไปกว่านี้ยังถูกแกเร็ธ เซาท์เกธเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ และก็เปลี่ยนเป็นดาวดวงใหม่ของแวดวงลูกหนังอังกฤษไปเป็นระเบียบ


2.มัทไทจ์ส เดอ ลิกท์ (อาแจ็กซ์)

ป้อมข้างหลังชาวฮอลล์แลนด์ก้าวขึ้นมามีหน้าที่มากยิ่งขึ้นกับสังกัดเดิมตลอดสองฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา และก็ทำผลงานเด่นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงแจ้งกำเนิดได้อย่างเต็มกำลังในซีซํ่นนี้ พร้อมได้รับการตั้งให้เป็นกัปตันกลุ่มด้วยวัยเพียงแต่ 19 ปีแค่นั้น

เดอ ลิกท์ นอกเหนือจากที่จะเล่นลูกในอากาศเจริญแล้ว ยังมีความเร็วที่จะรอจัดการกับกองหน้าความเร็วสูงของคู่ต่อสู้ได้ดีเยี่ยม โดยเล่นได้นิ่งเกินอายุ ซึ่งไม่ประหลาดใจเลยว่าเพราะเหตุไรจึงกลายเป็นวัตถุประสงค์การเสริมกองทัพของหลายทีมใหญ่ในยุโรป พร้อมเปลี่ยนเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติฮอลแลนด์ไปแล้ว


1.คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ (ปารีส แซง แชร์กแมง)

ถ้าหากจะเอ๋ยถึงสุดยอดดาวรุ่งอันดับแรกๆในยุคนี้จะเป็นคนไหนมิได้นอกเสียจาก เอ็มบั๊ปเป้ หลังเจ้าตัวก้าวผ่านข้อจำกัดความเป็น”วันเดอร์คิด”ไปแล้ว

ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี เขาบรรลุผลสำเร็จมาแล้วมากมายก่ายกองทั้งยังการครอบครองแชมป์ลีกเอิง 2 ยุค กับ โมนาโก รวมทั้ง เปแอสเช รวมทั้งช่วยทีมชาติประเทศฝรั่งเศสครองแชมป์โลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย เขามีอีกทั้งความเร็ว, ความสามารถ, การจบสกอร์ที่เด็ดขาด พร้อมเล่นเข้ากันกับบรรดาซูเปอร์สตาร์อย่าง เนย์มาร์ แล้วก็ เอดิสัน คาวานี่ ทำประตูได้มาก เป็นอีกหนึ่งนักฟุตบอลที่ทีมขาดไม่ได้ไปแล้ว โดยเหตุนั้นก็เลยไม่มีข้อสงสัยใดๆหากจะชูให้เจ้าตัวเป็นสุดยอดหน้าแข้งดาวรุ่งในช่วงปัจจุบัน

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สมัคร UFABET , สูตรแทงบอล

4 เหตุที่ผลที่ฮอลแลนด์จะคืนฟอร์มกลับร้อนแรงอีกครั้ง !!!

ถึงแม้ฮอลแลนด์ชุดนี้จะเต็มไปด้วยนักฟุตบอลดาวรุ่ง แต่ว่าไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าพวกเขาเปลี่ยนเป็นทีมที่ได้รับการจับตาจากสื่อแล้วก็แฟนบอล

ยูฟ่าเบท หลังกำลังโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงสุดๆจากการล้มแชมป์โลกอย่างประเทศฝรั่งเศสได้ถึงสองนัดในบอลเนชั่นส์ ลีก

ภายหลัง กองทัพ “อัศวินสีส้ม” ไปสู่ยุคมืดเริ่มตั้งแต่มิได้ผ่านเข้ามาร่วมเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆอย่าง บอล ยูโร 2016 จนกระทั่งบอลโลก 2018 รอบในที่สุดที่ประเทศรัสเซีย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี

อย่างไรก็ดีในช่วงเวลานี้พวกเขากำลังจะกลับมาผงาดอีกรอบด้วยยุคสมัยใหม่ที่งามกว่าเดิม จากการมีหน้าแข้งดาวรุ่งความสามารถพิเศษที่ก้าวขึ้นมาหลายรายพร้อมเป็นอนาคตของทีมดูเหมือนจะทุกตำแหน่ง ซึ่งจะมาชดเชยอดีตกาลสตาร์อย่าง อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลีย์ สไนเดอร์ และก็ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ที่ประกาศล่ำลาทีมชาติไปแล้ว

และนี่เป็น 4 เหตุที่ผลที่ฮอลแลนด์จะกลับมาบรรลุเป้าหมายอีกที โดยยิ่งไปกว่านั้นในศึกยูโร 2020 ที่จะตัดพวกเขาออกมาจากสารบบการลุ้นแชมป์ไปมิได้เลย

4.มีที่ปรึกษาผู้เป็นตำนาน

ตำแหน่งผู้จัดการทีมนับว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลัก ข้างหลังการเข้ามารับตำแหน่งของ โรนัลด์ คูมันน์ ที่ปรึกษาชาวฮอลแลนด์แมน ต่อจาก ดิ๊ก อัดโวคาท ที่ล่ำลาตำแหน่ง ข้างหลังพาทีมผ่านไปเล่นบอลโลกรอบในที่สุดที่รัสเซียในปีนี้ไม่เป็นผลสำเร็จ ซึ่งจะก่อให้สมัยก่อนผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันอยู่กับ ฮอลแลนด์ ยาวไปจนกระทั่งบอลโลกปี 2022

การเข้ามาของที่ปรึกษาวัย 55 ปี พวกเราได้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของทีมมากไม่น้อยเลยทีเดียว โดยยิ่งไปกว่านั้นการเห็นดาวรุ่งคนใหม่ขึ้นมาแจ้งเกิดหลายราย รวมทั้งสไตล์การเล่นที่สวยสดงดงามตามแบบฉบับของ “อัศวินสีส้ม”

“ผมมิได้คาดการณ์มาก่อนว่าพวกเราจะเล่นได้อย่างสมบูรณ์ตัวอย่างนี้ แต่ว่าพวกเราก็เล่นกันได้แบบงั้นจริงๆพวกเราเล่นกันได้ดีเยี่ยมๆผมประหลาดใจกับ 11 ตัวจริงของ ประเทศฝรั่งเศส รวมทั้งกระบวนการเล่นของพวกเขา แต่ว่าเกมการเล่นของพวกเรามันก็เพอร์เฟ็คมากๆพวกเราครอบครองเกมเอาไว้ได้ตลอดทั้ง 90 นาทีเลย” คูมัน กล่วหลังจบเกมที่เอาชนะประเทศฝรั่งเศส 2-0


3.คู่เซนเตอร์ที่พอดี

เฟอร์จิล ฟานไดค์ ลำแข้งจากหงส์แดง รวมทั้ง มัทไทจ์ส เดอ ลิกท์ ดาวรุ่งวัยเพียงแต่ 19 ปีจากอาแจ็กซ์ เปลี่ยนเป็นส่วนประกอบที่พอดีในตำแหน่งคู่เซ็นเตอร์ของทีมชาติฮอลแลนด์ไปแล้ว

ทั้งสองคนนับว่าเป็นแนวรับที่มีรูปร่างสูงใหญ่นอกเหนือจากการที่จะเล่นลูกกึ่งกลางอากาศได้ดิบได้ดีแล้ว ยังมีความเร็วที่จะรอจัดการกับกองหน้าความเร็วสูงของคู่แข่งขันได้ดีเยี่ยมโดยยิ่งไปกว่านั้น เดอ ลิกท์ ที่เล่นได้นิ่งเกินอายุ ซึ่งไม่ประหลาดใจเลยว่าเพราะอะไรก็เลยกลายเป็นวัตถุประสงค์การเสริมกองทัพของหลายทีมใหญ่ในยุโรป นอกเหนือจากนี้พวกเขายังแสดงความนิ่งในจังหวะผ่านบอล เซตเกมจากหน้าปากประตู ซึ่งนับว่าเป็นพื้นฐานของ กองทัพอัศวินสีส้ม ภายใต้วิธีการทำกลุ่มของ โรนัลด์ คูมัน

ในตอนที่ในม้านั่งสำรองยังมี สเตฟาน เดอ ฟราย เซนเตอร์จาก อินเตอร์ มิลาน ที่จะเป็นอะไหล่ชั้นยอด แล้วก็ เดนเซล ดุมไฟรส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่งจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งตัวเอกที่น่าเฝ้าดูสุด ไม่ว่าจะเป็นความว่องไวรวดเร็ว, ไปกับบอลได้ดิบได้ดี และก็การครอสส์บอลจากข้างๆที่ถูกต้องแม่นยำ โดยหน้าแข้งกลุ่มนี้คงจะเข้ามาขจัดปัญหาแนวรับของฮอลแลนด์ซึ่งเป็นจุดบอดของกลุ่มตลอดหลายปีมาแล้วได้ดีมากเลยเชียว


2.ดินแดนกึ่งกลางสุดปึ้ก

เฟรงกี้ เดอ ยอง กองกลางสารพัดประโยชน์จากอาแจ็กซ์ แปลงเป็นมิดฟิลด์ตัวสำคัญที่กลุ่มจำเป็นมากไปแล้ว มาติดต่อประสานงานกับ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ทำให้ดินแดนกึ่งกลางทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆอีกทั้งเกมรับ แล้วก็เกมรุก

ถึงแม้ตำแหน่งที่จริงจริงของดาวเตะวัย 21 ปีเป็นมิดฟิลด์ตัวตัดเกม แต่ว่ายังสามารถเล่นได้อีกทั้งลิเบอร์โร่ และก็กองกลางตัวกลางได้อีกด้วย มีความคล่องตัวสูง รวมทั้งวางบอลยาวได้อย่างเที่ยงตรง ซึ่งเคยมีการเผยสถิติออกมาว่าเขามีเปอร์เซนต์การเลี้ยงบอลผ่านคู่ปรปักษ์เสร็จถึง 93 เปอร์เซนต์อย่างยิ่งจริงๆ

ทำให้คล้ายกับสมัยก่อนที่จะมีแฟร้งค์ ไรจ์การ์ด ยืนปักหลักในตำแหน่งนี้ จนถึงทำให้เจ้าตัวแปลงเป็นอีกหนึ่งลำแข้งดาวรุ่งเนื้อหอมจากรั้วอาแจ็กซ์อีกหนึ่งราย


1.แนวรุกสุดอันตราย

เมมฟิส เดอปาย กองหน้าจาก โอลิมปิก ลียง เปลี่ยนเป็นสตาร์เบอร์หนึ่งของกองทัพ อัศวินสีส้ม ชุดนี้ไปเป็นระเบียบ หลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงผลิตสกอร์ได้มากอีกทั้งในชื่อสโมสรและก็ทีมชาติในหน้าที่หัวหอกตัวเป้า

ในขณะที่ ไรอัน บาเบิล อดีตกาลปีกจากหงส์แดงก็กลับมาเปลี่ยนเป็นตัวหลักในทีมชาติอีกรอบภายใต้การควบคุมทีมของ คูมันน์ ในตำแหน่งแนวรุกทางฝั่งซ้าย ยิ่งไปกว่านี้ยังมี จัสติน ไคลเวิร์ต ดาวรุ่งจากโรม่า ที่พร้อมขึ้นมาเป็นตัวแทรกสอดในตำแหน่งขอบเส้นเหมือนกัน หลังกำลังโชว์ผลงานเยี่ยมยอดกับสังกัดเดิม และก็ปรับปรุงฝีเท้าได้เด่นขึ้นเรื่อย

จากเหตุผลทั้งสิ้นนี้ทำให้ฮอลแลนด์เปลี่ยนเป็นหนึ่งในทีมที่ถูกคาดหวังว่าได้โอกาสกลับมาสู่ยุครุ่งเรืองอีกรอบ..

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET

post

ช่วงบั้นปลายที่หลายคนลืมเลือนของ ‘ริวัลโด้’

หากนึกถึงชื่อของ ริวัลโด้ ใครๆหลายคนอาจจะนึกชายผู้นี้ในสีเสื้อบาร์เซโลน่า ลูกยิงจักรยานสุดสวยซึ่งเป็น 1 ในแฮตทริกที่ยิงใส่บาเลนเซียได้ ช่วยให้เจ้าบุญทุ่มคว้าตั๋วรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกในวันสุดท้ายของลาลีก้า ฤดูกาล 2000-01

ไม่ก็คิดถึงภาพของเขาในชุดแซมบ้า โชว์ฝีเท้าข้างเคียงนักฟุตบอลสุดยอดรุ่นน้องอย่างโรนัลโด้ รวมทั้ง โรนัลดินโญ่ ซึ่งพวกเขาก็คือหนึ่งในสามผสานที่ช่วยทำให้กองทัพเซเลาเซาครองแชมป์โลกมาครอบครองในปี 2002 รวมทั้งเป็นแถวรุกน่านับถือที่สุดในสมัยหนึ่งของแวดวงลูกหนังเลย

แต่ว่าถ้าเกิดคุณเป็นคอบอลตัวจริงล่ะก็ คุณจะจำตอนที่ริวัลโด้ค้าลำแข้งกับเอซี มิลานในช่วงสั้นๆได้ ในปี 2002-2003 ซึ่งในกลุ่มเต็มไปด้วยเจ้าพ่อลูกนิ่งเยอะมากตลอดตัวเขาเองอังเดร เชฟศาสนาเชนหรูหรา, รุย คอสต้า, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และก็อันเดร ปีร์โล่ คุณคงจะเลือกคนยิงผิดสินะ

เขาประสบผลสำเร็จมากทั้งยังในประเทศสเปนและก็อิตาลี ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีก 2ยุค,ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกแชมป์บอลถ้วย ยุคและก็ยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ รวมถึงแชมป์โลกกับราสิในปี 2002 ด้วย ทว่าต่อจากนั้นล่ะ?

ทางอาชีพของริวัลโด้เริ่มที่ เรสิเฟ่ ถิ่นกำเนิดของเจ้าตัว ก่อนที่จะได้เล่นบอลอาชีพกับซานต้า อาจารย์ซ ในปี 1991 แล้วก็ลงเล่นให้กับสมาคมมากมายก่ายกองทั้งโลกถึง 14กลุ่ม ทั้งยังในบราซิลประเทศสเปนอิตาลีกรีซอุซเบกิสถาน และก็ แอโกล่า ก่อนที่จะเล่นร่วมกับลูกชาย ริวัลดินโญ่ ที่โมจิ ไม่ขอบ ก่อนที่จะจบทางอาชีพค้าลำแข้งกว่า24 ปีที่ช้านาน

อะไรทำให้หน้าแข้งแซมบ้าโลดแล่นในแวดวงลูกหนังจนกระทั่งอายุ 40 ปีได้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวก็มีโทรฟี้และก็รางวัลจำนวนมากอยู่ในตู้โชว์แล้ว อาจจะไม่มีผู้ใดตอบปัญหานี้ได้ดียิ่งไปกว่าเพื่อนฝูงร่วมกลุ่มของริวัลโด้ในตอนตอนปลายแล้วล่ะ

ตะลุยแดนเทพนิยาย

ปีเตอร์ ฟิลิปากอส กองกลางแดนลุงแซมวัย 21 ปี ย้ายมาอยู่โอลิมเปียกอสในเดือนกรกฎาคมปี 2004 ตามเจ้านายเก่า ดูซาน บาเยวิช ที่ย้ายข้ามฝากจากทีมอริ เออีเค เอเธนส์ มาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ริวัลโด้ย้ายมาพอดี

ฟิลิปากอสยกย่องริวัลโด้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วกล่าวว่า “ในตอนเด็กๆ ผมมีรูปเขาติดผนังห้องผมเต็มไปหมด ผมจำได้แม้กระทั่งผมใส่รองเท้ามิซูโน่รุ่นเดียวกับเขา ผมหารุ่นนี้มาเป็นเดือนเลยล่ะ”

“ตลอดอาชีพค้าแข้ง หนึ่งในคำชมที่ผมได้รับบ่อยๆคือ คนมักจะถามว่าถนัดเท้าข้างไหนกันแน่ เพราะมันยอดเยี่ยมทั้งสองข้างเลย ซึ่งจริงๆเป็นข้างขวานะ แต่ตอนเด็กๆ ผมดูริวัลโด้บ่อยมากๆเฟร์นานโด เรดอนโด้ ก็ด้วย จากนั้นผมก็เลยไปฝึกใช้เท้าข้างซ้ายเท่านั้นในเวลาซ้อม เพื่อเลียนแบบพวกเขา”

เมื่อเขาได้พบกับไอดอลที่ชื่นชมอยู่ตรงหน้าแล้ว เขายังทำใจเย็นอยู่หรือไม่? คำตอบก็คือไม่เลยต่างหาก

“พูดตรงๆ ผมได้เล่นร่วมและแข่งขันกับนักเตะมากมายที่ผมชื่นชอบในวัยเด็ก ผมเจอผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมากมาย และผมก็ไม่ใช่พวกที่ตื่นเต้นเวลาเจอคนดังเท่าไหร่นัก” ฟิลิปากอสอธิบาย

“แต่ตอนเจอริวัลโด้ในตอนแรก ผมรู้สึกแปลกๆไป”

“มันทำให้ผมมองย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เคยผ่านมาทันที ซึ่งมันเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆในชีวิตนักฟุตบอล เพราะเวลามักจะผ่านไปรวดเร็ว และบางครั้งเราก็ไม่ได้ชื่นชมช่วงเวลาที่พิเศษเหล่านั้น และเราก็ไม่สามาถสร้างช่วงนั้นขึ้นมาได้อีก”

“ดังนั้นในใจของผมจึงคิดว่า ตอนนี้เราได้อยู่ทีมเดียวกันแล้ว ผมจะได้เห็นเขาทุกๆวัน และผมก็มาไกลมากจากเด็กคนนั้นที่เคยติดรูปริวัลโด้ไว้บนกำแพงห้อง”

แล้วการที่ลงเล่นร่วมกับยอดนักเตะอย่างริวัลโด้เป็นอย่างไรบ้าง? มีหลายเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เขาขนลุกเลย

ฟิลิปากอสที่กำลังขายเครื่องเพชรพลอยในแคลิฟอร์เนีย ได้รำลึกถึงช่วงนั้น “ที่โอลิมเปียกอส ช่วงที่น่าจดจำครั้งแรกของเขาคือดาร์บี้แมตช์ที่พบกับพานาธิไนกอส บรรยากาศมันสุดยอดมากๆ และเขาก็ทำประตูชัยด้วยลูกฟรีคิกด้วย”

“อีกสองฤดูกาลต่อมา เราคว้าดับเบิ้ลแชมป์ มีอยู่หลายนัดที่เขาสามารถแบกทีมและตัดสินผลการแข่งขันด้วยตัวเอง ผมไม่เคยเห็นนักเตะคนไหนที่มั่นใจในความสามารถของตัวเองแบบนี้มาก่อนแล้ว”

“สิ่งที่ทำผมประหลาดใจที่สุดคือ ความเชื่อมั่นของเขา ริวัลโด้ไม่มีคำว่า ความกดดัน หรือ ความกลัวอยู่ในพจนานุกรมของเขาเลย มีไม่กี่คนที่เป็นเป็นนั้น แต่เขาก็อยู่เหนือขึ้นไปอีกระดับ”

“เขามักจะต้องการบอลอยู่กับตัวเสมอในสถาการณ์ที่ทีมต้องการชัยชนะ คู่แข่งไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย ผมรู้สึกว่าไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าริวัลโด้แล้วล่ะ”

ริวัลโด้ใช้เวลา 3 ฤดูกาลกับโอลิมเปียกอส ยิงไป 36 ลูกจาก 70 นัด ก่อนจะมีปัญหากับประธานสโมสรแล้วย้ายข้ามฝากไปอยู่กับ เออีเค เอเธนส์ แทน

ข้ามฝาก

ย้ายมาทางฝั่งนักฟุตบอลกลุ่มชาติแคนาดา ทาม ซารีว่า กันบ้าง เหมือนกับฟิลิปากอเขาเป็นแฟนของริวัลโด้มาอย่างนาน เขากล่าวว่า เขายกย่องเขามานานแล้ว มันเสมือนฝันเลย

ผมคิดออกว่าตอนบอลโลกปี 98 เขาสวมรองเท้าไม่ซูโน่ ด้วยเหตุดังกล่าวผมก็เลยไปพบรองเท้าแบบเขาแล้วก็ทำท่าทางราวกับเขา ซึ่งผมทำอย่างนี้ก่อนที่จะนึกถึงประเด็นการย้ายมาเล่นเพื่อเป็นนักบอลอาชีพซะอีก

ซารีว่า และก็ ริวัลโด้เคยเจอกันมาก่อนแล้ว เมื่อพานาธิไนกอเจอกับพานิโอนิออซึ่งโน่นนับว่าเป็นตอนที่สำคัญสำหรับซารีว่าอย่างแท้จริง

ถัดมาในฐานะเพื่อนพ้องร่วมกลุ่ม ซารีว่าจำตอนฝึกได้ว่า ทุกคนมองลนลาน แม้กระนั้นเขาก็เล่นบอลได้สบายราวกับทุกหนไป ธรรมดาผมจะอ่านการเล่นของบุคคลอื่นออก แต่ว่าเขาทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำเสมอ

ริวัลโด้ยังเป็นผู้ที่มัธยัสถ์สุดๆเขาขี่สมาร์ทคาร์มาสนามฝึกซ้อมเพราะเหตุว่าการขี่รถยนต์ออดี้ คิวที่กลุ่มให้มอบให้มันเปลืองน้ำมันเหลือเกิน

ถึงแม้เขาจะอายุอานามมากมายแล้ว ก็ยังฝึกหัดอย่างตั้งใจ ในกลุ่มเขาเยี่ยมที่สุดเสมอผู้ฝึกสอนของพวกเราชอบกล่าวถึงเขามาเป็นตัวอย่างให้กับนักฟุตบอลผู้ที่เหลือในกลุ่มด้วย

ผมได้ทำความเข้าใจว่าบอลใช้มันสมองเล่นมากยิ่งกว่าร่างกาย การผ่านบอลแบบไม่มองดูหรือเคลื่อนมากสักเท่าไรนักน่าจะเป็นบทเรียนที่เหมาะสมที่สุดที่ผมได้มองเขา

ภายหลังจากอยู่เอเธนส์เพียงแค่ฤดูเดียวก็ชีพจรลงเท้าอีกที รวมทั้งจุดหมายถัดไปเป็นบุยอดกอร์ชมรมจากประเทศอุซเบกิสถาน

ครั้งหนึ่งในเอเชีย    

แม้เราจะตามหาเพื่อนร่วมทีมในสมัยที่อยู่บุนยอดกอร์ไม่ได้ แต่คนที่มีประสบการณ์ที่ใกล้เคียงในตอนนั้นที่สุดก็คงจะเป็นนักเตะที่ชื่อว่า พอล รีด

รีดอยู่ในทีมแอดิเลด ยูไนเต็ด ชุดที่เอาชนะบุนยอดกอร์ของริวัลโด้ใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2008 รอบรองชนะเลิศไปได้

กองกลางชาวออสซี่เล่าว่า “ผมถูกบอกว่าอย่าให้เขาได้ครองบอลอยู่กับตัวนานเกินไป เพราะเขามีผลกับเกมมากๆ”

“เขาอายุ 36 แล้วในตอนนั้น แต่เขายังเคลื่อไหวได้อย่างคล่องแคล่ว และเล่นกับบอลได้อย่างสง่างาม”

“ผมได้พูดคุยกับเขาในช่วงหมดครึ่งแรก และถามเขาว่าขอแลกเสื้อหลังจบเกมได้มั้ย ซึ่งเขาก็ยินดีจะแลก แม้ผมจะเข้าบอลหนักกับเขาในครึ่งแรกก็ตาม”

หลังจากที่คว้าแชมป์ลีกอุซเบฯ 3 สมัยติดต่อกัน และอุซเบกิสถาน คัพ อีก 2 ครั้ง ก็ถึงเวลาที่เขาจะโยกย้ายอีกครั้ง

แต่ดาวเตะอัฉริยะผู้นี้ยังมีแรงเหลืออยู่เต็มถัง เพราะหลังจากนั้นเขาก็ไปเล่นให้ทั้งเซา เปาโล, คาบูสคอร์ป ทีมในแองโกล่า, เซา คาเอตาโน่ และ โมจิ มิริม

ในปี 2015 เป็นเวลา 12 ปีหลังเขาจากบอกลาทีมชาติบราซิล และก็ถึงเวลาทีริวัลโด้ต้องบอกลาเกมลูกหนังที่เขารักแล้ว ซึ่งสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้อย่างมาก ไล่ตั้งแต่ในบราซิล,อังกฤษ, แองโกล่า, อุซเบกิสถาน และทั่วโลกด้วยรองเท้ายี่ห้อมิซูโน่คู่นี้

และที่ริวัลโด้ทำแบบนี้ได้ก็เพราะความรักที่เขามีให้เกมลูกหนังนั้นมากมายเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้เลย

Powered by UFABET


 

ตอร์กาน อาซาร์ ตัวเอกจากรั้ว “ราชสีห์หนุ่ม” ที่โชว์ฟอร์มสมนามสกุล “อาซาร์”

เว็บ UFABET นับเป็นฤดูที่ 5 เข้าไปแล้วที่ ตอร์กาน อาซาร์ ลงบู๊ศึกบุนเดสลีกาในชุดทีม “สิงห์หนุ่ม” โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค

ยูฟ่าเบท รวมทั้งในเวลานี้เขาก็เปลี่ยนเป็นผู้เล่นตัวสำคัญของสโมสรแล้วก็ทีมชาติประเทศเบลเยี่ยม วันนี้พวกเราจะพาไปดูฝีเท้าที่พัฒนาขึ้นโดยตลอดของหน้าแข้งวัย 25 ปีกัน

ตอร์กานถูกยืมตัวมาเล่นให้กลัดบัคในสมัยของลูเซียง ฟาฟร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลใหญ่ของทีม “เสือเหลือง” ในขณะนี้ โดยฟาฟร์กล่าวไว้เมื่อปี 2014 ว่า “ข้อเสนอแนะของเขาถูกยื่นเข้ามาให้ผมในตอนพักร้อน ผมมองฟอร์มของเขาผ่านยูทูป เพราะเหตุว่าไม่มีวันเลือกอื่นแล้วก็ผมไม่ต้องการที่จะอยากมาไล่ดูดีวีดีบันทึกการแข่งขันชิงชัยกองโตของทีมซูลเต้ วาเรเกม จากที่ได้มองเห็นในอินเทอร์เน็ต ผมบอกโดยทันทีเลยว่าพวกเราจำต้องคว้าตัวเขามาเลย ด้วยเหตุว่าคำสัญญายืมตัวมิได้ส่งผลให้เกิดการเสี่ยงทางการเงิน จากที่ดูแล้วผมมีความรู้สึกว่าเขามีความถนัดดีเลิศๆเพียงแค่ได้ทราบว่าเขามีพรสวรรค์ล้นหลามขนาดนี้ก็พอเพียงแล้ว”

และก็เวลาก็ได้พิสูจน์ให้มีความเห็นว่าฟาฟร์คิดถูก ด้วยครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นนักเตะเก่า รวมทั้งมีเอเดน อาซาร์ผู้พี่ที่เจิดจรัสอยู่กับสโมสรเชลซี ขณะนี้ตอร์กานก็ได้แสดงให้โลกมีความเห็นว่าครอบครัวของเขาจะมีตำนานลูกหนังมากขึ้นมาอีกหนึ่งคน ซึ่งเขาฉายแววเด่นตั้งแต่ก่อนจรดปากกากับกลัดบัคในวัย 21 ปีซะด้วย

ยุคค้าลำแข้งกับกลุ่มซูลเต้ วาเรเกม โคนร์กานมีส่วนช่วยให้กลุ่มคว้ารองแชมป์ลีกประเทศเบลเยี่ยมได้ในปี 2012/13 หลังจากนั้นเขาก็เอารางวัลรองเท้าทองประเทศเบลเยี่ยม (Soulier d’Or) ในตอนปลายปี 2013 ก่อนที่จะอีก 5 เดือนถัดมาเขาจะถูกโหวตจากเพื่อนพ้องนักฟุตบอลให้ดำรงตำแหน่งผู้เล่นดีที่สุดที่ฤดู 2013/14 ด้วยผลงานยิง 14 ประตูกับ 15 แอสซิสต์

ก่อนออกตัวในเยอรมนี ฟาฟร์ออกโรงเตือนอาซาร์ว่าเขายังจำเป็นต้องทำงานมาก ฤดูแรกในถิ่นโบรุสเซียพาร์ค อาซาร์ได้ช่องลงเล่นเป็นตัวจริงเพียงแค่ 7 ครั้ง และก็ลงเป็นตัวสำรอง 21 ครั้ง แม้กระนั้นการยิง 3 ประตูจาก 9 เกมในยูโรปาลีกก็เป็นสิ่งพิสูจน์ให้มีความคิดเห็นว่ากลุ่มราชสีห์ชายหนุ่มนั้นมีเพชรเม็ดสวยอยู่ในมือ รวมทั้งมักซ์ เอเบิร์ล สปอร์ตติ้ง ไดเร็คเตอร์ของกลัดบัคก็จัดแจงคว้าตัวเขาอย่างมาร่วมทีมแบบถาวรได้เสร็จในกุมภาพันธ์ปี 2015

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาลำแข้งดาวรุ่งรายนี้ก็โชว์ฟอร์มดีวันดีคืน ยิงรวมไป 6 ประตูในช่วงฤดูกาล 2015/16 ในปีถัดมาเขายิงได้มากขึ้นเป็น 11 ประตู รวมทั้งในช่วงฤดูกาลก่อนหน้านี้ก็ยิงไป 10 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของฤดูนั้น มีการเก็บสถิติว่าอาซาร์เป็นนักฟุตบอลกลัดบัคคนแรกที่มีส่วนสำหรับเพื่อการทำคะแนนโดยตรงถึง 9 ครั้งติดต่อกัน ก็เลยไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะอะไรเขาจึงติดทีมชาติประเทศเบลเยี่ยม 23 คนในที่สุดไปฝ่าศึกบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ซึ่งอาซาร์กล่าวก่อนไปออกศึกบอลโลกว่า “สถานะในสมาพันธ์ของผมแปรไป ผมโชว์ฟอร์มได้ดิบได้ดีรวมทั้งสบโอกาสลงเล่นตลอดทั้งฤดู ปัจจุบันนี้ผมเล่นอยู่ในลีกที่สุดยอดกับกลุ่มเก่งที่ได้แข่งขันในแชมเปียนส์ลีกรวมทั้งยูโรปาลีก รวมทั้งยังได้เล่นกลุ่มชาติอีกด้วย ถ้าหากคุณได้ลิ้มรสมันแล้ว คุณก็ต้องการจะได้ลุยต่อไป”

ข้างหลังได้ลงเล่นถึง 2 นัดหมายช่วยทีมชาติประเทศเบลเยี่ยมคว้าอันดับ 3 ในบอลโลกที่รัสเซียมาได้ ดูราวกับว่าอาซาร์จะเปลี่ยนเป็นดาวดังของกลุ่มชาติที่ทำชั้นเปรียบเทียบกับกลุ่มชาติประเทศฝรั่งเศสได้แล้ว

สองญาติอาซาร์มีชื่อเป็นผู้ที่ทำประตูในเกมบอลโลกรอบเลือกที่กระหน่ำไซปรัสไป 4-0 ประตูในตุลาคมปี 2017 แล้วก็ทั้งสองก็ทำได้อีกรอบในเกมกระชับมิตรกับสกอตแลนด์เมื่อก.ย.ก่อนหน้านี้ ซึ่งอาซาร์ผู้น้องเป็นคนยิงนำก่อนที่พี่ชายทำประตูต่อมา

เกิดเรื่องยากที่ตอร์กานจะโชว์ฟอร์มไล่ตามอาซาร์ผู้พี่ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นเยี่ยมที่สุดอันดับ 7 ของโลกในปี 2018 แต่ว่าในช่วงฤดูกาลนี้ ตอร์กานโชว์ฟอร์มเร่าร้อนได้อย่างน่าทึ่ง อีกทั้งยิงทั้งจ่ายให้กลัดบัคไปแล้ว 14 ลูกเวลาที่เอแดนผู้พี่ทำเป็นเพียงแค่ 11 ลูกแค่นั้น

นับว่าเป็นข่าวดีของกลุ่มราชสีห์ชายหนุ่มที่พวกเขาสามารถรั้งตัวสตาร์รายนี้เอาไว้ได้ในตอนเปิดตลาดนักฟุตบอลก่อนหน้านี้ “ตอร์กานปรับปรุงฝีเท้าไปได้ไกลมากในปีที่ล่วงเลยไป พวกเราไม่ได้อยากต้องการเสียเขาไป มันเป็นความรู้สึกที่ดีทีเดียว” ดีเทอร์ เฮ็คคิง เฮ้ดผู้ฝึกสอนกลุ่มราชสีห์ชายหนุ่มกล่าว แล้วก็อาซาร์ผู้ไม่เคยพลาดลงเล่นแม้แต่นัดหมายเดียวในเกมลีกฤดูที่แล้วก็ยังคงรักษาฟอร์มให้สม่ำเสมอถัดไป

“มันเป็นฤดูที่สุดยอดสำหรับผม แต่ว่าก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ผมยังทำได้ไม่ดี ผมกำลังเพียรพยายามปรับปรุงอยู่” ปีกวัย 25 ปีกล่าวไว้ก่อนเริ่มฤดู

ในขณะนี้อะไรก็ดูเหมือนเข้าที่เข้าทางไปหมด อาซาร์เป็นเฟืองชิ้นสำคัญที่พากลัดบัคทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 2 ในบุนเดสลีกาอยู่เดี๋ยวนี้ แล้วก็คงจะไม่พ้นที่เขาจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับม้าร์ผู้พี่ แม้กระนั้นที่แน่นอนในขณะนี้เขาก็พิสูจน์ได้แล้วว่า… มิได้อยู่ภายใต้เงาของพี่ชายอีกต่อไป

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สมัคร UFABET  ,  สูตรแทงบอล 

3 จุดสำคัญของ ลิเวอร์พูล เพื่อการลุ้นแชมป์ลีก

พลาดไม่ได้! 3 จุดสำคัญของ ลิเวอร์พูล เพื่อการลุ้นแชมป์ลีก

เว็บ UFABET ฤดู 2018-19 นับเป็นฤดูที่แฟนบอล หงส์แดง ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แฮปปี้กันมากๆในตอนต้นฤดู

ภายหลังที่ทีมรักของพวกเขาเปิดตัวได้สวยงาม จวบจนตอนนี้เป็นอันดับสองของลีก ด้วยผลงาน 30 แต้ม จากการลงเล่น 12 นัด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงแต่ 2 คะแนนเพียงแค่นั้น

จากการออกสตาร์ตได้ดีที่สุดอย่างนี้ ทำให้มันคือเรื่องปกติที่ “เดอะ ค็อป” หลายๆคนจะคาดหวังว่าทีมจะได้แชมป์ลีกในฤดูกาลนี้มาครอบครองได้ จนกระทั่งทำให้การรอที่ช้านานสิ้นสุดลงสักที ภายหลังที่ หงส์แดง ไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์ลีกอีกเลยนับจากฤดูที่ 1989-90

แน่นอนว่าหนึ่งในสิ่งสำคัญต่อการลุ้นแชมป์ของ หงส์แดง เป็นการให้คู่ปรับทีมอื่นๆเสียท่าเอง แต่ว่าอีกด้านหนึ่ง หงส์แดง ก็จำต้องทำผลงานของพวกเขาให้ดีเองด้วย ซึ่งมันก็มีสาระสำคัญบางสิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอล “ลิเวอร์พูล” จำเป็นต้องทำให้ได้ เพื่อจะทำให้ทีมมีลุ้นแชมป์แบบสุดกำลัง


ยกระดับฟอร์มของเซนเตอร์แบ็กคนอื่น

การเสียประตูในลีกไปเพียงแต่ 5 ลูก นับว่าเป็นหนึ่งในจุดหลักที่ทำให้ หงส์แดง เก็บคะแนนได้มากในตอนต้นฤดูนี้ โดยพวกเขานับว่าเป็นทีมที่เสียประตูต่ำที่สุดในลีก ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

บางบุคคลเห็นว่าการที่ หงส์แดง เสียประตูน้อย เป็นเพราะเหตุว่าการเข้ามาของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้เฝ้าประตูชาวบราซิเลียน แต่ว่าปัจจัยหลักที่แท้จริงเป็นคู่เซนเตอร์แบ็กระหว่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ แล้วก็ โจ โกเมซ ต่างหาก โดยการยืนคู่กันของทั้งคู่คนทำให้เกมรับของ หงส์แดง แกร่งดุจหินผาเลย

อย่างไรก็ดี ในทางตรงกันข้าม เซนเตอร์แบ็กคนอื่นๆกลับยังไม่สามารถที่จะฝากผีฝากไข้ได้มากนัก ไม่ว่าจะเป็น โฌแอล มาติป รวมทั้ง เดยัน ลอฟเรน นั่นถือว่าถ้า ฟาน ไดค์ และก็ โกเมซ ได้รับบาดเจ็บสักคน มันก็อาจจะมีผลกระทบกับ หงส์แดง ได้ในทันที ทำให้ คล็อปป์ ควรต้องยกระดับมาตรการฐานการเล่นของเซนเตอร์แบ็กคนอื่นให้ได้ ถ้าหากหวังที่จะเป็นแชมป์ลีก


ทำให้ ฟาบินโญ่ โชว์ฟอร์มเก่งให้ได้

ก่อนหน้าที่ฤดูนี้จะเริ่มขึ้น หงส์แดง ได้รับคำกล่าวชมเชยอย่างมากที่ทำการเสริมกองทัพได้ดิบได้ดี โดยหนึ่งในผู้ที่พวกเขาคว้ามาร่วมทัพเป็น ฟาบินโญ่ มิดฟิลด์จาก อาแอส โมนาโก ซึ่ง คล็อปป์ เห็นว่ากองกลางชาวบราสิเลียนจะมีผลให้ดินแดนกึ่งกลางของทีมเหนียวแน่นขึ้นได้

โชคร้ายที่การเริ่มต้นชีวิตในเมืองผู้ดีของ ฟาบินโญ่ ไม่เป็นไปตามที่เขาหวัง โดยเวลานี้หน้าแข้งวัย 25 ปี เพิ่งจะได้ลงเล่นในลีกไปเพียงแค่ 4 นัดหมายแค่นั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ยังโชว์ฟอร์มให้ราวกับตอนยุคเล่นให้ โมนาโก มิได้

ฟาบินโญ่ มีคุณลักษณะเด่นหลายด้าน ประเด็นนี้หลายท่านรู้กันดีอยู่แล้ว สิ่งที่จำเป็นก็คือวิธีการทำให้เขาโชว์สมรรถนะด้านนั้นออกมาให้ได้ ซึ่งหากทำสำเร็จแล้วล่ะก็ เขาก็จะเป็นกำลังสำคัญให้กลุ่มได้เสมือนที่ คล็อปป์ คิดแผนเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูแน่ๆ


โรเตชั่นให้เหมาะสม

ไม่มีผู้ใดไม่ยอมรับว่าแนวรุกชุดเดี๋ยวนี้ของ หงส์แดง เป็นเลิศในแนวรุกที่ดีเยี่ยมที่สุดของทวีปยุโรป ทั้งยัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ รวมทั้ง ซาดิโอ มาเน่ ต่างก็เป็น 3 ตัวจริงที่พร้อมกระหน่ำประตูคู่ปรับตลอดเวลา แถมพวกเขายังมี เซอร์ดาน ชากิรี่ เป็นตัวเลือกที่พร้อมช่วยกลุ่มอยู่เสมออีก ส่วนแผงกึ่งกลางก็มีหน้าแข้งดีๆให้ใช้งานมากมายพอใช้

อย่างไรก็ดี นักเตะก็เป็นคนเดินดินๆคนหนึ่ง หรือก็คือมันเกิดเรื่องยากมากมายที่พวกเขาจะลงเล่นทุกเกมได้ ซึ่งนั่นทำให้จะมีการโรเตชั่นขึ้น เรื่องสำคัญสำหรับเพื่อการโรเตชั่นก็เป็นจำเป็นต้องรู้เรื่องว่าเกมไหนน่าจะพักลำแข้งใคร หรือนัดหมายไหนที่ควรที่จะใช้งานคนไหน

ฤดูที่แล้ว คล็อปป์ อาจจะอ้างได้ว่าไม่มีขุมกำลังขนาดใหญ่มากสักเท่าไรนัก แต่ว่าฤดูกาลนี้เขามีตัวเลือกเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้ว ด้วยเหตุนั้นการตัดสินใจโรเตชั่นให้สมควรก็เลยเป็นจุดที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเยอรมันจำเป็นต้องทำให้ได้ เพื่อที่เหล่าสาวก หงส์แดง จะได้สังสรรค์กันสักครั้ง

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

5 เหตุผลที่ทำไมแฟนบอลทั่วโลกถึงหลงไหล เอ็นโกโล่

5 เหตุผลที่แฟนบอลหลงใหล เอ็นโกโล่ ก็องเต้

เว็บ UFABET กองกลางชาวเมืองน้ำหอม

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์คนเก่งของ เชลซี ได้รับคำชื่นชมว่า นอกจากเป็นนักฟุตบอลที่เล่นได้ยอดเยี่ยมในสนามแล้วนั้น นอกสนามยังเป็นหวานใจของแแฟนบอลอีกด้วย

กองกลางทีมชาติประเทศฝรั่งเศส เป็นคนติดดิน, นอบน้อม, เข้าถึงได้ง่าย แล้วก็มีความเป็นกันเองไม่ใช่เฉพาะกับแฟนบอลของ “สิงห์บลูส์” แค่นั้น

และก็นี่เป็น 5 สถานะการณ์น่าประทับใจของ ก็องเต้ แล้วก็เป็นเหตุผลที่ชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่น่าเคารพจริงๆ


1. ไม่คิดเลี่ยงภาษี

ภายหลังทำผลงานได้ดีเยี่ยมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงฤดูกาล 2015-16 ก็องเต้ ก็ได้ย้ายมาอยู่กับ เชลซี พร้อมทั้งรับค่าแรงอาทิตย์ละ 120,000 ปอนด์ (ราว 5.16 ล้านบาท)

ก่อนที่จะ ก็องเต้ จะย้ายทีมนั้น ได้มีบริษัท เอ็นเค โปรโมชั่นส์ ในเจอร์ซีย์ เกาะแห่งหนึ่งในดินแดนอาณานิคมปกครองตัวเองของสหราชอาณาจักร ขอเอาค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ครึ่งเดียวของเขาไปอยู่ตรงนั้น รวมทั้งจะมีผลให้ ก็องเต้ เสียภาษีอากรน้อยกว่าความเป็นจริง โดยนักฟุตบอลหลายๆคนเลี่ยงภาษีด้วยวิธีนี้

อย่างไรก็แล้วแต่ ก็องเต้ ไม่ยอมรับที่จะใช้แผนนั้น โดยขอรับค่าจ้างตามธรรมดา ไม่คิดใช้แนวทางซอกแซกเพื่อเสียภาษีอากรลดน้อยลงเลย


2. เขินที่จะยกถ้วยแชมป์โลก

ก็องเต้ เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยทำให้ทีมชาติประเทศฝรั่งเศส ผงาดคว้าชัยชนะบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

ในขณะที่กองทัพ “เลส์ เบลอส์” กำลังสังสรรค์แชมป์อย่างสนุกอยู่นั้น ก็องเต้ กลับรู้สึกขวยเขินที่จะยกถ้วยให้ช่างถ่ายภาพถ่าย กระทั่ง สตีเว่น เอ็นซองซี่ จำต้องเอาถ้วยมาให้ ก็องเต้ ที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังเพื่อนๆและก็เกลี้ยกล่อมจนกระทั่งเจ้าตัวยอมแอ็กท่าถ่ายภาพในที่สุด


3. ขับขี่รถมินิคันจิ๋ว

ถึงแม้ ก็องเต้ จะมีทั้งกิตติศัพท์แล้วก็ทรัพย์สิน แต่ว่าเขายังคงขับขี่รถมินิ คันจิ๋ว ไม่ใช่ซูเปอร์คาร์สุดหรูเสมือนสตาร์ผู้อื่น

สำหรับรถยนต์มินิคันดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเป็นรถยนต์มือสองด้วย โดยเจ้าตัวซื้อในระหว่างที่ย้ายมาเล่นในอังกฤษใหม่ๆกับ เลสเตอร์ ซิตี้


4. เป็นมิตรกับแฟนบอลรวมถึงทีมคู่ต่อสู้

ก็องเต้ เคยไปทานข้าวที่บ้านของแฟนบอล อาร์เซน่อล สโมสรคู่แข่งของ เชลซี แถมพวกเขายังนั่งพักผ่อนเล่นวิดีโอเกมกันอย่างสนุกอีกด้วย

ก็องเต้ ตกรถไฟหลังเกมที่ต้นสังกัดเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อน คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 4-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ก.ย. ก่อนหน้าที่ผ่านมา เนื่องจากว่าไปถึงสถานีไม่ทัน

พอขึ้นรถไฟไม่ทันแล้วนั้น ก็องเต้ ก็ตัดสินใจจะไปประกอบพิธีละหมาดในห้องประกอบพิธีของสถานี คิงส์ ครอส ซึ่งตรงนั้นเขาได้พบกับแฟนบอลหลายท่าน แล้วก็จากนั้น บาดลูร์ ราห์มัน จาลิล ชายคนหนึ่งที่เป็นกองเชียร์ อาร์เซน่อล ก็ชักชวนเขาไปทานข้าวที่บ้าน

ก็องเต้ ตอบตกลง รวมทั้งได้ทานข้าวแกงกะหรี่ไก่ที่บ้านของแฟนบอลรายดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว รวมทั้งได้นั่งพักผ่อนเล่นวิดีโอเกม รวมทั้งได้ดูโทรทัศน์ร่วมกับ จาลิล และก็ครอบครัวของ จาลิล ด้วย


5. ตัวเล็กแต่ว่าใจใหญ่

ถึงมีรูปร่างเล็ก แต่ว่า ก็องเต้ สามารถสู้กับนักฟุตบอลทุกคนในโลกได้อย่างสบาย แล้วก็เพื่อนฝูงร่วมทีมทุกคนอุ่นใจได้เมื่อมีเขาอยู่ในทีม

เอแด็น อาซาร์ สตาร์ เชลซี เห็นด้วยว่า ก็องเต้ เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก รวมทั้งเป็นผู้ที่ทำให้ตนเองทำประตูได้มากมาย

ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมชาติประเทศฝรั่งเศส ก็ชมเชย ก็องเต้ เหมือนกัน โดย แบลส มาตุยดี้ เขียนเพลงชมหลังเกมที่ “ตราไก่” ชนะ อาร์เจนตินา 4-3 ในบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้ายว่า “เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เขาตัวเล็ก แต่ว่าก็หยุด ลิโอเนล เมสซี่ ได้”

ในขณะที่ ก็องเต้ ปฎิเสธที่จะรับคำชมแต่เพียงผู้เดียว โดยตอบกลับว่า “ไม่ ไม่ ไม่ เราทำร่วมกันในฐานะทีม”

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท