post

4 แข้งช้างศึกที่ดับเสียงวิจารณ์ใน ซูซูกิ คัพ 2018

ชีวิตนักฟุตบอลไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะก้าวผ่านเสียงวิจารณ์ เพราะบางครั้งต่อให้เล่นดีก็อาจไม่พ้นถูกมองในแง่ลบ

นี่เป็นสิ่งที่แสนจะอันตรายมากกว่าคู่แข่งขันในสนามเพราะว่ามันบางทีอาจบ่อนทำลายพลังใจอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักฟุตบอลที่ได้ลงเล่นในระดับกลุ่มชาติที่น้อยครั้งจะหนีพ้นเรื่องเสียงวิภาควิจารณ์ แล้วก็พวกเขาพวกนี้เป็นฝูงชนที่ถูกกระแสแง่ลบเข้าจู่โจมโดยตลอด แม้กระนั้นสิ่งที่พวกเขาใช้ตอบโต้คำพวกนั้นเป็นผลงานในสนามที่สุดด้านหลังแล้วมันเปลี่ยนเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้มีความเห็นว่ามีดีเท่ากับการใส่ยูนิฟอร์มกลุ่มชาติไทย

สรรวัชญ์ เดชมิตร

ก่อนที่จะได้รับการยินยอมรับจากแฟนบอลราวกับในขณะนี้ เขาจะต้องผ่านเสียงวิภาควิจารณ์อย่างมากตลอดในระดับที่เรียกว่าเป็นนักฟุตบอลช้างศึกที่โดนหนักที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

ฟอร์มในกองทัพช้างศึกของยอดกองกลางจาก กางงค็อก ยูไนเต็ด ตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมายังไม่ลงตัวสักเท่าไหร่การส่งบอลมีขาดเกินอยู่หลายครั้ง แม้กระนั้นเขาก็มักถูกไม่โลวาน ราเยวัช เรียกเข้ามาติดกลุ่มอยู่เป็นประจำ รวมทั้งโน่นเปลี่ยนเป็นตัวการที่ทำให้แฟนบอลยังปฏิเสธกับการที่เจ้าตัวมีชื่อติดกองทัพช้างศึกบ่อยมากในสมัยของที่ปรึกษาชาวเซอร์เบีย

นอกเหนือจากนั้นในเกมฝึกซ้อมแต่ละครั้ง สรรวัชญ์ มักถูกใส่ชื่อลงเป็น 11 คนแรกอยู่บ่อย แล้วก็ถูกโยกไปเล่นกองกลางตัวกลางบ้าง ขอบเส้นบ้าง ซึ่งบางเวลาด้วยตำแหน่งที่ไม่ถนัดทำให้เขาแสดงฝีเท้าออกมาได้ไม่เต็มกำลังทั้งหมดทุกอย่างยิ่งสนับสนุนให้เขามองยังไม่ใช่หน้าแข้งคนสำคัญที่จะมารับบทผู้นำกองทัพของกลุ่มในสายตาแฟนบอลนิดหน่อย

เขาจำต้องทรหดอดทนกับเสียงวิภาควิจารณ์อย่างมาก ซึ่งเจ้าตัวเองก็ทราบดีว่าเขากลายเป็นเป้าสายตาของแฟนบอลที่ถูกดูในด้านลบ แต่ทว่าเขายังคงพร้อมรับใช้กลุ่มเต็มกำลังยามที่ได้โอกาส จนถึงทัวร์ทุ่งนาเม้นใหญ่ที่สุดในอาเซียนอย่าง เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 มาถึงแปลงเป็นจุดแปลงสำคัญ รวมทั้งเป็นอีกรอบที่มิดฟิลด์กางงค็อกผู้นี้จะได้พิสูจน์ตนเองสำหรับเพื่อการรับใช้กองทัพ

“ผมอยากดึงตัวตนของผม ออกมาให้ได้มากที่สุด และแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ผมเล่นได้” สรรวัชญ์ เดชมิตร แสดงความตั้งใหนักอย่างกแน่นของตัวเองก่อนที่ทัวร์นาเม้นดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น ณ เวลานั้นไม่มีใครอาจคาดเดาได้ว่าเขาจะสามารถทำผลงานได้ดีแค่ไหนหรือจะทดแทนเรื่องการสร้างสรรค์เกมเมื่อไทยไม่มี ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้หรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาได้ลั่นวาจาเอาไว้แล้ว และต้องทำมันให้สำเร็จเท่านั้น…

ศึกประเดิมสนามของทีมชาติไทยได้เริ่มต้นขึ้นโดยเจอกับ ติมอร์ เลสเต้ สรรวัชญ์ แสดงให้เห็นถึงจินตนาการสร้างสรรค์เกม และการควบคุมบอลอันเหนือชั้นก่อนจะจัดการทำคนเดียว 3 แอสซิสต์ และมีส่วนช่วยให้ทีมทำเพิ่มอีกหนึ่งประตูให้ทัพช้างศึกถล่มคู่แข่งไปถึง 7-0

….ภาพในแง่บวกของแฟนบอลที่มีต่อตัวเขาเริ่มเกิดขึ้นแล้ว

อย่างไรก็ตามบางส่วนมองว่าเกมกับ ติมอร์ ยังพิสูจน์อะไรไม่ได้มาก เพราะคู่แข่งห่างชั้นเกินไป แต่ทุกเสียงวิจารณ์ก็ถูกสยบลงเมื่อในเกมที่สองกับ อินโดนีเซีย เขาบัญชาเกมได้ยอดเยี่ยม และเล่นได้อย่างเนียนตาพร้อมจัดการติลเลอร์พาสสุดเหนือชั้นที่ส่วนสำคัญให้ทัพช้างศึกเอาชนะแข้งอิเหนา 4-2 เก็บ 6 แต้มเต็มจาก 2 นัดในรายการนี้ได้สำเร็จ

แม้ทัวร์นาเม้นยังไม่จบ แต่ ณ เวลานี้ สรรวัชญ์ ได้พิสูจน์ตัวเองกับคำที่เขาเคยกล่าวเอาไว้ ซึ่งทำให้ในตอนนี้เขากลายเป็นแข้งช้างศึกที่โดดเด่นที่สุดในซูซูกิ คัพ หนนี้ พร้อมได้ใจแฟนบอลไปเต็มๆ และไม่มีข้อกังขาสำหรับเขาอีกต่อไป


อดิศักดิ์ ไกรษร

ด้วยการบาดเจ็บจนกระทั่งจะต้องร้างสนามไปนานก็เลยเป็นเหตุผลหลักที่ถูกเห็นว่าบางทีอาจไม่สามารถที่จะกลับมาระเบิดฟอร์มให้กองทัพช้างศึกได้

แต่เดิมเขาเป็นดาวยิงเบอร์สองรองจาก ธีรศิลป แดงดา เมื่อฝีเท้าของเขาเป็นที่ยอมรับจากการจบสกอร์ที่คมมากมีความแข็งแกร่งแถมมีวิญญาณเพชรฆาตเต็มกำลัง แต่ว่าก่อนหน้าที่ผ่านมาก็มักถูกการบาดเจ็บทำร้ายจนกระทั่งไม่อาจจะลงในสนามสม่ำเสมอทั้งยังในระดับสมาพันธ์ รวมทั้งกลุ่มชาติ

ฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่ออกจะโชคร้ายเมื่อได้รับบาดเจ็บหนักก่อนเปิดฤดูกาลเพียงแต่ไม่กี่วัน โดยเกมที่ เมืองทองคำ ยูไนเต็ด เอาชนะ จังหวัดชลบุรี เอฟซี 4-1เป็นครั้งแรกที่เขากลับมาลงไปในสนามอีกทีในรอบ เดือน แต่ว่าแม้ว่าจะได้ลงไปทั้งปวง เกม เขาก็ยังไม่สามารถที่จะเบิกสกอร์ได้เลยจนกระทั่งจบฤดู

อย่างไรก็แล้วแต่ ไม่โลวาน ราเยวัช ยังให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตัวเขา และก็เรียกกลับมาติดกองทัพช้างศึกอีกรอบในชุดตระเตรียมกลุ่มฝ่าซูซูกิ คัพ ก่อนที่จะมีชื่อเป็น ใน 23 แม่ทัพของรายการนี้ แม้กระนั้นในสายตาแฟนบอล แม้ว่าจะสารภาพว่าเขาเป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่เต็มไปด้วยพิษสง แต่ว่า ณ เวลานั้นด้วยผลงานที่เกิดขึ้น รวมทั้งลักษณะการเจ็บที่พึ่งจะหายทำให้ อดิศักดา ยังมิได้รับความวางใจจากแฟนบอลสักเท่าไหร่ ทั้งยังยังมีบางกรุ๊ปเห็นว่า ศุภชัย เด็ดเดี่ยว คงจะเหมาะสมกับตำแหน่งกองหน้าตัวเป้ามากยิ่งกว่าเขาด้วย

แต่ว่าเกมแรกกับ ตำหนิมอร์ เลสเต้ เขาใช้จังหวะคราวนี้ทำให้เห็นว่ามีดีพอที่จะเป็นกองหน้าคนสำคัญของกลุ่มเมื่อจัดแจงซัดผู้เดียว ประตู พาทีมชนะ ตำหนิมอร์ 7-0 ก่อนที่จะต่อไปเกมกับ อินโดนีเซีย อดิศักดา จะกดเพิ่มเติมอีกลูกแปลงเป็นดาวซัลโวสูงสุดของรายการนี้

นอกเหนือจากนั้น ประตูที่เกิดขึ้นเพียงแต่ นัดหมายก่อนหน้าที่ผ่านมา ทำให้เขาแปลงเป็นผู้เล่นไทยที่ทำคะแนนในศึกชิงชนะเลิศอาเซียน ได้มากที่สุดในหนึ่งทัวร์นาเมนต์เสมอกัน เนตำหนิดงษ์ ศรีทองคำอินทร์ ที่ทำไว้ ประตูเสมอกันเมื่อปี 1996

ผลงาน และสถิติที่เกิดขึ้นทำให้ อดิศักดิ์ กลับมาเป็นจอมยิงประตูในสายตาของแฟนบอลอีกครั้ง และทำให้เขาคือหัวหอกตัวความหวังที่จะพาไทยป้องกันแชมป์ซูซูกิ คัพ หนนี้…


มงคล ทศไกร

หากพูดถึงนักเตะที่ถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นหนักที่สุด และโดนมาตลอดคงหนีไม่พ้นเขาคนนี้

เดิมทีเขาเป็นที่ยอมรับในวันที่ขึ้นมาติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ช่วงแรกด้วยการเล่นที่ใจสู้ไปกับบอลได้ดีเก็บบอลได้เหนียวแน่น อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปฟอร์มของเขาก็ค่อยๆลดลงไปอีกทั้งตำแหน่งริมเส้นส่วนใหญ่ในทีมมีจุดเด่นที่ความเร็ว และคล่องก็ยิ่งทำให้เขาถูกนำไปเปรียบเทียบบ่อยครั้ง ซึ่งต่างจากสไตล์การเล่นของเขาจนเริ่มมีเสียงวิจารณ์ในแง่ลบออก

มงคล กลายเป็นเป้าสายตาทุกครั้งที่มีการประกาศรายชื่อทีมชาติไทยหากมันมีชื่อของเขาอยู่ในทีมไม่ว่าจะรายการไหนก็ตาม แต่กระนั้นเขาก็ยังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป และมักออกมากล่าวเสมอว่าเขาเองดีใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสรับใช้ทีมชาติไทย ยิ่งไปกว่านั้น มงคล กลายเป็นคนที่มักยิงประตูสำคัญๆให้ทีมได้เสมอทว่าท้ายที่สุดแล้วเขายังคงเป็นคนหนึ่งในทีมที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักในทุกช่วงเวลาจนครั้งหนึ่งในเกมที่ทัพช้างศึกเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถานต้อนรับการมาเยือนของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบสุดท้าย โซนเอเชีย นัดที่ 8 แน่นอนว่าก่อนเริ่มเกมเขาก็ยังโดนวิจารณ์เหมือนเคย

ทว่า มงคล กลับเป็นผู้ยิงประตูใส่ยูเออี พาไทยออกนำไปก่อน แต่หลังจากนั้นเขาก็ทำให้สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงเมื่อวิ่งไปตะโกนใส่กล้องระเบิดอารมณ์ที่ทนเก็บเอาไว้ออกมาแบบสุดเสียง…

“ผมก็ไม่รู้ผมพูดอะไรออกไปบ้าง แต่ผมจำคำพูดหนึ่งว่าได้ว่าผมรักประเทศไทย ถ้ากล้องได้บันทึกเสียงก็จะได้ยิน ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมรอวันนี้มาช่วงเวลาหนึ่ง” มงคล เท้าความถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

ในศึกซูซูกิ คัพ 2018 นัดแรกกับ ติมอร์ เลสเต้ เขาถูกส่งลงเป็น 11 คนแรก ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม แม้จะไม่มีจังหวะการเข้าทำที่อันตราย แต่เขาก็สร้างประโยชน์ให้ทีมได้ไม่น้อยเมื่อทำหนึ่งแอสซิสต์ และเรียกฟาลว์จนประตูคู่แข่งถูกใบแดงไล่อกจากสนาม หลังจบเกมนั้นเขาได้รับการยอมรับจากแฟนบอลเพิ่มขึ้นเมื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะไม่ได้เป็นนักเตะที่คล่องตัวหรือมีความเร็วสูงตามสไตล์ปีกทั่วไป แต่เขามีหัวใจที่แข็งแกร่ง และมีความรับผิดชอบในหน้าที่จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เสียบอลเขาจะรีบวิ่งกลับมาช่วยทีมในแดนหลังเสมอ

และมันคือคำตอบว่าทำไมครั้งหนึ่ง ราเยวัช เคยกล่าวว่า มงคล ทศไกร คือผู้เล่นที่มีคุณภาพของทีม และเรียกเขามาติดทัพช้างศึกเสมอแม้จะค้านสายตาแฟนบอลบางกลุ่มก็ตาม…


ปกเกล้า อนันต์

กาลครั้งหนึ่ง ปกเกล้า เป็นหน้าแข้งอีกรายที่ถูกวิภาควิจารณ์หนักไม่น้อยภายใต้การควบคุมกลุ่มสมัย สิโก้เก๋ เกียรติ เสนาเมือง

ในศึกบอลโลก รอบเลือกสรร โซนทวีปเอเชีย ปกเกล้า ถูก สิหรูหรา เรียกติดกลุ่มโดยตลอด แต่ว่าผลงานในสนามกลับถูกแฟนบอลคิดว่ายังไม่ดีพอเพียงสำหรับเพื่อการเล่นให้กลุ่มขณะนั้นทั้งยังถูกคิดว่าเป็นลำแข้งหน้าเก่าที่ สิเก๋ เลือกใช้งานโดยที่ไม่ยินยอมเปลี่ยนแปลงแทคติกหรือผู้เล่นเพื่อยกฐานะเกมให้สูงมากขึ้น แม้กระนั้นด้าน สิเก๋ เองเปิดเผยว่านี่เป็นผู้เล่นซึ่งสามารถตอบปัญหาแทคติของเขาเยอะที่สุด

แต่ว่าผลงานที่ตรงลงยิ่งทำให้ ปกเกล้า โดนมองดูในด้านลบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิมแม้ว่าจะเป็นกองกึ่งกลางที่มีส่วนช่วยกลุ่มครอบครองแชมป์ซูซูกิ คัพ 2016 ได้เสร็จ แต่ว่าดูเหมือนกับว่ายังไม่สามารถที่จะเรียกเลื่อมใสจากแฟนบอลได้มากเพียงพอ แล้วก็เขาจะต้องทนกับเสียงวิภาควิจารณ์บ่อยในยามอยู่ในสนาม

ไม่โลวาน ราเยวัช ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่พร้อมด้วยความเคลื่อนไหวกลุ่มครั้งใหญ่ที่ให้โอกาสให้นักฟุตบอลคนใหม่เข้ามาสู่กลุ่มเพื่อพิสูจน์ฝีเท้า แต่ว่าปกเกล้า ยังคงได้รับความเชื่อใจจากผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเซอร์เบียให้เข้ามาติดกลุ่มอยู่หลายครั้ง ซึ่งครั้งใดก็ตามได้รับจังหวะเขาแสดงฝีเท้าอย่างมาก การเล่นของเขามีส่วนทำให้ดินแดนกึ่งกลางกองทัพช้างศึกลื่นไหลขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเขยื้อนหรือการผ่านมา

โดยในรายการซูซูกิ คัพ คราวนี้ เขาได้มีชื่อเป็น ใน 23 นายทัพชุดคุ้มครองปกป้องแชมป์อาเซียน และก็เป็นอีกรอบที่เขาตอบโต้คำติชมด้วยผลงานในสนามที่เล่นได้อย่างเนียนตา แล้วก็ปัจจุบันเพิ่งจะทำแต้มสุดงามในเกมกับกลุ่มชาติอินโดนีเซีย พาช้างศึกชนะไปด้วยสกอร์ 4-2

Powered by UFABET


 

 

post

11 ขุนพลหลักทัพช้างศึก ” U23 ของ กามา “

ซูซูกิ คัพ อาจเป็นรายการใหญ่ที่แฟนบอลส่วนใหญ่ให้ความสนใจ

แต่อีกด้านหนึ่งก็น่าสนใจไม่แพ้กันกับทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิกส์ ที่กำลังจะลงแข่งขันรายการ CFA Under-21 (1997) Men’s International Football Friendly Tournament 2018​ ณ เมือง หวานโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 12-20 พฤศจิกายน 2561

นี่คือทัวร์นาเม้นแรกของ อเล็กซานเดอร์ กามา หลังจากเข้ารับตำแหน่งกุนซือช้างศึกชุดนี้เต็มตัวโดยมีคู่แข่งสุดหินทั้งจีน, เม็กซิโก และไอซ์แลนด์ รอดวลแข้งอยู่ ขณะเดียวกันรายชื่อนักเตะทั้ง 23 รายที่ กามา เลือกมาก็ล้วนเต็มไปด้วยแข้งฝีเท้าดี และเล่นอยู่ในลีกสูงสุด ซึ่งด้วยขุมกำลังที่มี และคู่แข่งที่ไม่ธรรมดาน่าสนใจว่า กามา จะวางใครเป็น 11 คนแรกประจำทัวร์นาเม้นนี้บ้าง โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ จึงขอทำการวิเคราะห์ 11 ตัวจริงที่ กามา ในแทคติก 3-4-3 มาให้ได้ดูกัน

ผู้รักษาประตู :

• นนท์ ม่วงงาม

เริ่มที่ตำแหน่งผู้เฝ้าประตูในรายนามทั้งยังสามผู้ที่เรียกมา แน่ๆว่า ความยินดี ม่วงสวยเด่นกว่าอีกทั้งผลงานในลีก แล้วก็กับกลุ่มชาติ เมื่อมีประสบการณ์พาทีมคว้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ในปี 2017 เป็นมือชั้นยอดไปฝ่าชิงชนะเลิศทวีปเอเชีย ทั้งยังยึดมือชั้นยอดของกองทัพช้างศึกU23 แบบถาวร ในขณะที่ผลงานระดับสมาพันธ์หากแม้ไม่บางทีอาจช่วย โปลิศ เทโร เอฟซี รอดชั้นได้เสร็จ แต่ว่าเจ้าตัวยังมีฟอี์มที่แน่นแฟ้น แล้วก็ราคะเองเคยใช้บริการเขามาแล้วเมื่อฤดู 2017 ทำมห้ นันท์ ม่วงสวย คงจะยึดมือชั้นยอดของกลุ่มอย่างแน่นอน


กองหลัง : 

• ชินภัทร์ ลีเอาะ

เดิมทีในเกมทีมชาติ ชินภัทร์ มักรับบทปราการหลังตัวกลาง แต่กับเชียงรายภายใต้การคุมทีมของ กามา เขามักขยับออกไปยืนแนวรับด้านขวา และซ้ายสลับกันไปนั่นทำให้ในชุดลุยสี่เส้ามีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกวางตำแหน่งเหมือนตอนเล่นให้ “กว่างโซ้ง” เพราะกามาเองเชื่อว่าตำแหน่งนี้เรียกศักยภาพของดาวรุ่งวัย 21 ปีออกมาได้มากกว่า

• มาร์โก บัลลินี

 ข้างหลังหลุดจากชุดใหญ่ กาม ไม่รอคอยช้าที่จะเรียกของดีจากจังหวัดชัยนาทเข้ามาร่วมกองทัพด้วย โดยจุดแข็งของเขาอยู่ที่ความสูงใหญ่แน่ๆว่าจะเติมเต็มสิ่งที่นายทัพช้างศึกปรารถนาถึงที่เหมาะไม่ใช่แค่เรื่องเกมรับ แม้กระนั้นยังซัพเพียงพอร์ทแทคติเซ็ทพีชของกามได้ ที่จังหวัดเชียงราย เทรนเนอร์ชาวบราซิลดัน วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ ขึ้นไปกระแทกลูกเซ็ตพีซจนกระทั่งสร้างแรงกดดันใส่คู่ปรับได้ทุกคราว ซึ่งอาจไม่แปลกถ้าเขาจะใช้ความสูง 200 ซม.ของ บัลลีนี มาเพิ่มอันตรายลูกเซ็ตพีชของกลุ่มชุดนี้ด้วย

• ศรายุธ สมพิมพ์

หลังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นให้ชุดใหญ่ บุรีรัมย์ แต่เลกสองที่ถูก แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ยืมตัวไปใช้งานก็ทำให้ ศรายุทธ สมพิมพ์ มีผลงานที่เด่นชัดขึ้น และนำมาสู่การติดทัพช้างศึกปรีโอลิมปิกส์ได้สำเร็จ เขาลงสนามให้ “อินทรีทัพฟ้า” ต่อเนื่องพร้อมสวมปลอกแขนกัปตันทีมคนใหม่ และเล่นได้อย่างแข็งแกร่งเข้าปะทะดุดันดังนั้นตำแหน่งแผงหลังคนสุดท้ายเขาน่าจะไม่หลุดโผแน่นอน


กองกลาง :

จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์

ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ จักรกฤษณ์ ต้องหลุดโผจากทีมชุดเอเชียนเกมส์ ก่อนจะกลับมามีชื่ออีกครั้งภายใต้การนำของ กามา สำหรับ จักรกฤษณ์ ลงสนามอย่างต่อเนื่องให้ เอฟซี โตเกียว ด้วยสปีดบอลแบบญี่ปุ่นที่เขาคุ้นเคยรวมถึงทักษะเฉพาะตัวน่าจะทำให้ กามา วางเขาในตำแหน่งวิงแบ็คฝั่งขวาเพื่อเพิ่มมิติเกมรุกให้ทีมมากขึ้น

• อภิสิทธิ์ โสรฎา

ในเชียงราย กามา เลือกใช้งาน สุริยา สิงห์มุ้ย ที่มีความเร็ว และโดดเด่นเรื่องการเติมเกมริมเส้นลงประจำการวิงแบ็คกราบซ้ายด้วยสไตล์แทคติกดังกล่าวแบ็คซ้ายของ บีจี เอฟซี รายนี้ก็น่าจะมีความเหมาะสมไม่น้อยที่จะตอบโจทย์ของ กามา เพราะมีทั้งความเร็วคล่องตัวที่สำคัญเขาเคยเล่นตำแหน่งเดียวกันให้กับ “เดอะ บลูแมชชีน” มาแล้ว ซึ่งก็น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวอะไรมาก

• รัตนากร ใหม่คามิ

หลายครั้งที่เราต้องเห็น รัตนากร ใหม่คามิ ถูกจับไปเล่นแบ็คขวาในนามทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ด้วยความที่ไม่ใช่ตำแหน่งธรรมชาติทำให้เขามีผลงานที่ไม่ดีนัก และถูกวิจารณ์บ่อยครั้ง แต่ในยุคกามา เราน่าจะได้เห็นเขาขยับขึ้นมายืนตำแหน่งที่ถนัดอย่างกองกลางตัวรับ ซึ่งเคยทำได้ดีมาตลอดในทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และน่าจะได้ออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรกในตำแหน่งนี้

• วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ

หากมองรายชื่อแผงมิดฟิลด์ทั้งหมดคงไม่มีกองกลาตัวทำเกมคนไหนจะโดดเด่นไปกว่าดาวเตะจาก ชลบรี เอฟซี อีกแล้ว ฤดูกาล 2018 วรชิต มีปีที่ยอดเยี่ยมเขาเปลี่ยนจากดาวรุ่งกลายเป็นแข้งคนสำคัญของ “ฉลามชล” ที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในทีม

12 ประตูจาก 34 เกม และแอสซิสต์อีก 5 ครั้ง เป็นผลงานที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาน่าจะไม่หลุดโผ 11 ตัวจริงของ กามา ในรายการนี้


กองหน้า : 

• เอกนิษฐ์ ปัญญา

อีกหนึ่งดาวรุ่งที่มีผลงานน่าประทับใจใปีที่ผ่านมาจริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้เขามีความทรงจำที่ไม่ดีนักในทีมชุดเอเชียนเกมส์ แต่ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่จะทำให้พัฒนาขึ้น ขณะเดียวกันผลงานในลีกก็ยากที่ กามา จะปฏิเสธดึงเขามาร่วมทัพด้วยเมื่อเป็นนักเตะคนสำคัญพา เชียงใหม่ เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แม้ตำแหน่งถนัดจะเป็นตัวปั้นเกมหลังกองหน้า แต่เขาก็สามารถฉีกออกมาั้นเกมด้านข้างที่น่จะทำให้มีพื้นที่ยึด 11 คนแรกมากขึ้น

• สรวิทย์ พานทอง

เรียกได้ว่าเป็นกองหน้าที่มีความแข็งแกร่งไม่น้อยสำหรับหัวหอกจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ฤดูกาลนี้ลงสนามไป 15 นัด และถึงแม้จะยิงประตูไม่ได้ แต่เขาเป็นตัวซัพพอร์ทชั้นดีในแนวรุก สรวิทย์ พาบอลไปกับตัวได้ดีมีลูกเบียดลูกชนที่จะช่วยเพิ่มเขี้ยวเล็บให้ช้างศึกชุดนี้ได้ และน่าจะทำให้เขามีโอกาสสูงในบทบาท 11 คนแรกของกามา

• กรวิชญ์ ทะสา

หากนึกถึงกองหน้าดาวรุ่งที่กำลังมาแรงที่สุดคงไม่พ้นเจ้าของฉายา “ธีรศิลป์สอง” อย่าง กรวิชญ์ ทะสา แน่นอน เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาเปรียบเสมือนปีที่ทำให้เจ้าตัวกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง

หลังทำผลงานได้ดีกับ บางกอก เอฟซี ส่งผลให้ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งานในเลกสอง ก่อนจะซัดไป 4 ประตูใน 8 เกม และที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือผลงานในทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่เจ้าตัวทำได้ยอดเยี่ยม ด้วยผลงานที่ผ่านมาก็โอกสเยอะทีเดียวที่ กามา จะส่งเขาลงเป็นกองหน้าตัวเป้าในรายการนี้

Powered by UFABET