post

4 แข้งช้างศึกที่ดับเสียงวิจารณ์ใน ซูซูกิ คัพ 2018

ชีวิตนักฟุตบอลไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะก้าวผ่านเสียงวิจารณ์ เพราะบางครั้งต่อให้เล่นดีก็อาจไม่พ้นถูกมองในแง่ลบ

นี่เป็นสิ่งที่แสนจะอันตรายมากกว่าคู่แข่งขันในสนามเพราะว่ามันบางทีอาจบ่อนทำลายพลังใจอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักฟุตบอลที่ได้ลงเล่นในระดับกลุ่มชาติที่น้อยครั้งจะหนีพ้นเรื่องเสียงวิภาควิจารณ์ แล้วก็พวกเขาพวกนี้เป็นฝูงชนที่ถูกกระแสแง่ลบเข้าจู่โจมโดยตลอด แม้กระนั้นสิ่งที่พวกเขาใช้ตอบโต้คำพวกนั้นเป็นผลงานในสนามที่สุดด้านหลังแล้วมันเปลี่ยนเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้มีความเห็นว่ามีดีเท่ากับการใส่ยูนิฟอร์มกลุ่มชาติไทย

สรรวัชญ์ เดชมิตร

ก่อนที่จะได้รับการยินยอมรับจากแฟนบอลราวกับในขณะนี้ เขาจะต้องผ่านเสียงวิภาควิจารณ์อย่างมากตลอดในระดับที่เรียกว่าเป็นนักฟุตบอลช้างศึกที่โดนหนักที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

ฟอร์มในกองทัพช้างศึกของยอดกองกลางจาก กางงค็อก ยูไนเต็ด ตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมายังไม่ลงตัวสักเท่าไหร่การส่งบอลมีขาดเกินอยู่หลายครั้ง แม้กระนั้นเขาก็มักถูกไม่โลวาน ราเยวัช เรียกเข้ามาติดกลุ่มอยู่เป็นประจำ รวมทั้งโน่นเปลี่ยนเป็นตัวการที่ทำให้แฟนบอลยังปฏิเสธกับการที่เจ้าตัวมีชื่อติดกองทัพช้างศึกบ่อยมากในสมัยของที่ปรึกษาชาวเซอร์เบีย

นอกเหนือจากนั้นในเกมฝึกซ้อมแต่ละครั้ง สรรวัชญ์ มักถูกใส่ชื่อลงเป็น 11 คนแรกอยู่บ่อย แล้วก็ถูกโยกไปเล่นกองกลางตัวกลางบ้าง ขอบเส้นบ้าง ซึ่งบางเวลาด้วยตำแหน่งที่ไม่ถนัดทำให้เขาแสดงฝีเท้าออกมาได้ไม่เต็มกำลังทั้งหมดทุกอย่างยิ่งสนับสนุนให้เขามองยังไม่ใช่หน้าแข้งคนสำคัญที่จะมารับบทผู้นำกองทัพของกลุ่มในสายตาแฟนบอลนิดหน่อย

เขาจำต้องทรหดอดทนกับเสียงวิภาควิจารณ์อย่างมาก ซึ่งเจ้าตัวเองก็ทราบดีว่าเขากลายเป็นเป้าสายตาของแฟนบอลที่ถูกดูในด้านลบ แต่ทว่าเขายังคงพร้อมรับใช้กลุ่มเต็มกำลังยามที่ได้โอกาส จนถึงทัวร์ทุ่งนาเม้นใหญ่ที่สุดในอาเซียนอย่าง เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 มาถึงแปลงเป็นจุดแปลงสำคัญ รวมทั้งเป็นอีกรอบที่มิดฟิลด์กางงค็อกผู้นี้จะได้พิสูจน์ตนเองสำหรับเพื่อการรับใช้กองทัพ

“ผมอยากดึงตัวตนของผม ออกมาให้ได้มากที่สุด และแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ผมเล่นได้” สรรวัชญ์ เดชมิตร แสดงความตั้งใหนักอย่างกแน่นของตัวเองก่อนที่ทัวร์นาเม้นดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น ณ เวลานั้นไม่มีใครอาจคาดเดาได้ว่าเขาจะสามารถทำผลงานได้ดีแค่ไหนหรือจะทดแทนเรื่องการสร้างสรรค์เกมเมื่อไทยไม่มี ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้หรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาได้ลั่นวาจาเอาไว้แล้ว และต้องทำมันให้สำเร็จเท่านั้น…

ศึกประเดิมสนามของทีมชาติไทยได้เริ่มต้นขึ้นโดยเจอกับ ติมอร์ เลสเต้ สรรวัชญ์ แสดงให้เห็นถึงจินตนาการสร้างสรรค์เกม และการควบคุมบอลอันเหนือชั้นก่อนจะจัดการทำคนเดียว 3 แอสซิสต์ และมีส่วนช่วยให้ทีมทำเพิ่มอีกหนึ่งประตูให้ทัพช้างศึกถล่มคู่แข่งไปถึง 7-0

….ภาพในแง่บวกของแฟนบอลที่มีต่อตัวเขาเริ่มเกิดขึ้นแล้ว

อย่างไรก็ตามบางส่วนมองว่าเกมกับ ติมอร์ ยังพิสูจน์อะไรไม่ได้มาก เพราะคู่แข่งห่างชั้นเกินไป แต่ทุกเสียงวิจารณ์ก็ถูกสยบลงเมื่อในเกมที่สองกับ อินโดนีเซีย เขาบัญชาเกมได้ยอดเยี่ยม และเล่นได้อย่างเนียนตาพร้อมจัดการติลเลอร์พาสสุดเหนือชั้นที่ส่วนสำคัญให้ทัพช้างศึกเอาชนะแข้งอิเหนา 4-2 เก็บ 6 แต้มเต็มจาก 2 นัดในรายการนี้ได้สำเร็จ

แม้ทัวร์นาเม้นยังไม่จบ แต่ ณ เวลานี้ สรรวัชญ์ ได้พิสูจน์ตัวเองกับคำที่เขาเคยกล่าวเอาไว้ ซึ่งทำให้ในตอนนี้เขากลายเป็นแข้งช้างศึกที่โดดเด่นที่สุดในซูซูกิ คัพ หนนี้ พร้อมได้ใจแฟนบอลไปเต็มๆ และไม่มีข้อกังขาสำหรับเขาอีกต่อไป


อดิศักดิ์ ไกรษร

ด้วยการบาดเจ็บจนกระทั่งจะต้องร้างสนามไปนานก็เลยเป็นเหตุผลหลักที่ถูกเห็นว่าบางทีอาจไม่สามารถที่จะกลับมาระเบิดฟอร์มให้กองทัพช้างศึกได้

แต่เดิมเขาเป็นดาวยิงเบอร์สองรองจาก ธีรศิลป แดงดา เมื่อฝีเท้าของเขาเป็นที่ยอมรับจากการจบสกอร์ที่คมมากมีความแข็งแกร่งแถมมีวิญญาณเพชรฆาตเต็มกำลัง แต่ว่าก่อนหน้าที่ผ่านมาก็มักถูกการบาดเจ็บทำร้ายจนกระทั่งไม่อาจจะลงในสนามสม่ำเสมอทั้งยังในระดับสมาพันธ์ รวมทั้งกลุ่มชาติ

ฤดูก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่ออกจะโชคร้ายเมื่อได้รับบาดเจ็บหนักก่อนเปิดฤดูกาลเพียงแต่ไม่กี่วัน โดยเกมที่ เมืองทองคำ ยูไนเต็ด เอาชนะ จังหวัดชลบุรี เอฟซี 4-1เป็นครั้งแรกที่เขากลับมาลงไปในสนามอีกทีในรอบ เดือน แต่ว่าแม้ว่าจะได้ลงไปทั้งปวง เกม เขาก็ยังไม่สามารถที่จะเบิกสกอร์ได้เลยจนกระทั่งจบฤดู

อย่างไรก็แล้วแต่ ไม่โลวาน ราเยวัช ยังให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตัวเขา และก็เรียกกลับมาติดกองทัพช้างศึกอีกรอบในชุดตระเตรียมกลุ่มฝ่าซูซูกิ คัพ ก่อนที่จะมีชื่อเป็น ใน 23 แม่ทัพของรายการนี้ แม้กระนั้นในสายตาแฟนบอล แม้ว่าจะสารภาพว่าเขาเป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่เต็มไปด้วยพิษสง แต่ว่า ณ เวลานั้นด้วยผลงานที่เกิดขึ้น รวมทั้งลักษณะการเจ็บที่พึ่งจะหายทำให้ อดิศักดา ยังมิได้รับความวางใจจากแฟนบอลสักเท่าไหร่ ทั้งยังยังมีบางกรุ๊ปเห็นว่า ศุภชัย เด็ดเดี่ยว คงจะเหมาะสมกับตำแหน่งกองหน้าตัวเป้ามากยิ่งกว่าเขาด้วย

แต่ว่าเกมแรกกับ ตำหนิมอร์ เลสเต้ เขาใช้จังหวะคราวนี้ทำให้เห็นว่ามีดีพอที่จะเป็นกองหน้าคนสำคัญของกลุ่มเมื่อจัดแจงซัดผู้เดียว ประตู พาทีมชนะ ตำหนิมอร์ 7-0 ก่อนที่จะต่อไปเกมกับ อินโดนีเซีย อดิศักดา จะกดเพิ่มเติมอีกลูกแปลงเป็นดาวซัลโวสูงสุดของรายการนี้

นอกเหนือจากนั้น ประตูที่เกิดขึ้นเพียงแต่ นัดหมายก่อนหน้าที่ผ่านมา ทำให้เขาแปลงเป็นผู้เล่นไทยที่ทำคะแนนในศึกชิงชนะเลิศอาเซียน ได้มากที่สุดในหนึ่งทัวร์นาเมนต์เสมอกัน เนตำหนิดงษ์ ศรีทองคำอินทร์ ที่ทำไว้ ประตูเสมอกันเมื่อปี 1996

ผลงาน และสถิติที่เกิดขึ้นทำให้ อดิศักดิ์ กลับมาเป็นจอมยิงประตูในสายตาของแฟนบอลอีกครั้ง และทำให้เขาคือหัวหอกตัวความหวังที่จะพาไทยป้องกันแชมป์ซูซูกิ คัพ หนนี้…


มงคล ทศไกร

หากพูดถึงนักเตะที่ถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นหนักที่สุด และโดนมาตลอดคงหนีไม่พ้นเขาคนนี้

เดิมทีเขาเป็นที่ยอมรับในวันที่ขึ้นมาติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ช่วงแรกด้วยการเล่นที่ใจสู้ไปกับบอลได้ดีเก็บบอลได้เหนียวแน่น อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปฟอร์มของเขาก็ค่อยๆลดลงไปอีกทั้งตำแหน่งริมเส้นส่วนใหญ่ในทีมมีจุดเด่นที่ความเร็ว และคล่องก็ยิ่งทำให้เขาถูกนำไปเปรียบเทียบบ่อยครั้ง ซึ่งต่างจากสไตล์การเล่นของเขาจนเริ่มมีเสียงวิจารณ์ในแง่ลบออก

มงคล กลายเป็นเป้าสายตาทุกครั้งที่มีการประกาศรายชื่อทีมชาติไทยหากมันมีชื่อของเขาอยู่ในทีมไม่ว่าจะรายการไหนก็ตาม แต่กระนั้นเขาก็ยังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป และมักออกมากล่าวเสมอว่าเขาเองดีใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสรับใช้ทีมชาติไทย ยิ่งไปกว่านั้น มงคล กลายเป็นคนที่มักยิงประตูสำคัญๆให้ทีมได้เสมอทว่าท้ายที่สุดแล้วเขายังคงเป็นคนหนึ่งในทีมที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักในทุกช่วงเวลาจนครั้งหนึ่งในเกมที่ทัพช้างศึกเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถานต้อนรับการมาเยือนของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบสุดท้าย โซนเอเชีย นัดที่ 8 แน่นอนว่าก่อนเริ่มเกมเขาก็ยังโดนวิจารณ์เหมือนเคย

ทว่า มงคล กลับเป็นผู้ยิงประตูใส่ยูเออี พาไทยออกนำไปก่อน แต่หลังจากนั้นเขาก็ทำให้สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงเมื่อวิ่งไปตะโกนใส่กล้องระเบิดอารมณ์ที่ทนเก็บเอาไว้ออกมาแบบสุดเสียง…

“ผมก็ไม่รู้ผมพูดอะไรออกไปบ้าง แต่ผมจำคำพูดหนึ่งว่าได้ว่าผมรักประเทศไทย ถ้ากล้องได้บันทึกเสียงก็จะได้ยิน ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมรอวันนี้มาช่วงเวลาหนึ่ง” มงคล เท้าความถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

ในศึกซูซูกิ คัพ 2018 นัดแรกกับ ติมอร์ เลสเต้ เขาถูกส่งลงเป็น 11 คนแรก ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม แม้จะไม่มีจังหวะการเข้าทำที่อันตราย แต่เขาก็สร้างประโยชน์ให้ทีมได้ไม่น้อยเมื่อทำหนึ่งแอสซิสต์ และเรียกฟาลว์จนประตูคู่แข่งถูกใบแดงไล่อกจากสนาม หลังจบเกมนั้นเขาได้รับการยอมรับจากแฟนบอลเพิ่มขึ้นเมื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะไม่ได้เป็นนักเตะที่คล่องตัวหรือมีความเร็วสูงตามสไตล์ปีกทั่วไป แต่เขามีหัวใจที่แข็งแกร่ง และมีความรับผิดชอบในหน้าที่จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เสียบอลเขาจะรีบวิ่งกลับมาช่วยทีมในแดนหลังเสมอ

และมันคือคำตอบว่าทำไมครั้งหนึ่ง ราเยวัช เคยกล่าวว่า มงคล ทศไกร คือผู้เล่นที่มีคุณภาพของทีม และเรียกเขามาติดทัพช้างศึกเสมอแม้จะค้านสายตาแฟนบอลบางกลุ่มก็ตาม…


ปกเกล้า อนันต์

กาลครั้งหนึ่ง ปกเกล้า เป็นหน้าแข้งอีกรายที่ถูกวิภาควิจารณ์หนักไม่น้อยภายใต้การควบคุมกลุ่มสมัย สิโก้เก๋ เกียรติ เสนาเมือง

ในศึกบอลโลก รอบเลือกสรร โซนทวีปเอเชีย ปกเกล้า ถูก สิหรูหรา เรียกติดกลุ่มโดยตลอด แต่ว่าผลงานในสนามกลับถูกแฟนบอลคิดว่ายังไม่ดีพอเพียงสำหรับเพื่อการเล่นให้กลุ่มขณะนั้นทั้งยังถูกคิดว่าเป็นลำแข้งหน้าเก่าที่ สิเก๋ เลือกใช้งานโดยที่ไม่ยินยอมเปลี่ยนแปลงแทคติกหรือผู้เล่นเพื่อยกฐานะเกมให้สูงมากขึ้น แม้กระนั้นด้าน สิเก๋ เองเปิดเผยว่านี่เป็นผู้เล่นซึ่งสามารถตอบปัญหาแทคติของเขาเยอะที่สุด

แต่ว่าผลงานที่ตรงลงยิ่งทำให้ ปกเกล้า โดนมองดูในด้านลบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิมแม้ว่าจะเป็นกองกึ่งกลางที่มีส่วนช่วยกลุ่มครอบครองแชมป์ซูซูกิ คัพ 2016 ได้เสร็จ แต่ว่าดูเหมือนกับว่ายังไม่สามารถที่จะเรียกเลื่อมใสจากแฟนบอลได้มากเพียงพอ แล้วก็เขาจะต้องทนกับเสียงวิภาควิจารณ์บ่อยในยามอยู่ในสนาม

ไม่โลวาน ราเยวัช ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่พร้อมด้วยความเคลื่อนไหวกลุ่มครั้งใหญ่ที่ให้โอกาสให้นักฟุตบอลคนใหม่เข้ามาสู่กลุ่มเพื่อพิสูจน์ฝีเท้า แต่ว่าปกเกล้า ยังคงได้รับความเชื่อใจจากผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเซอร์เบียให้เข้ามาติดกลุ่มอยู่หลายครั้ง ซึ่งครั้งใดก็ตามได้รับจังหวะเขาแสดงฝีเท้าอย่างมาก การเล่นของเขามีส่วนทำให้ดินแดนกึ่งกลางกองทัพช้างศึกลื่นไหลขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเขยื้อนหรือการผ่านมา

โดยในรายการซูซูกิ คัพ คราวนี้ เขาได้มีชื่อเป็น ใน 23 นายทัพชุดคุ้มครองปกป้องแชมป์อาเซียน และก็เป็นอีกรอบที่เขาตอบโต้คำติชมด้วยผลงานในสนามที่เล่นได้อย่างเนียนตา แล้วก็ปัจจุบันเพิ่งจะทำแต้มสุดงามในเกมกับกลุ่มชาติอินโดนีเซีย พาช้างศึกชนะไปด้วยสกอร์ 4-2

Powered by UFABET


 

 

post

ช่วงบั้นปลายที่หลายคนลืมเลือนของ ‘ริวัลโด้’

หากนึกถึงชื่อของ ริวัลโด้ ใครๆหลายคนอาจจะนึกชายผู้นี้ในสีเสื้อบาร์เซโลน่า ลูกยิงจักรยานสุดสวยซึ่งเป็น 1 ในแฮตทริกที่ยิงใส่บาเลนเซียได้ ช่วยให้เจ้าบุญทุ่มคว้าตั๋วรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกในวันสุดท้ายของลาลีก้า ฤดูกาล 2000-01

ไม่ก็คิดถึงภาพของเขาในชุดแซมบ้า โชว์ฝีเท้าข้างเคียงนักฟุตบอลสุดยอดรุ่นน้องอย่างโรนัลโด้ รวมทั้ง โรนัลดินโญ่ ซึ่งพวกเขาก็คือหนึ่งในสามผสานที่ช่วยทำให้กองทัพเซเลาเซาครองแชมป์โลกมาครอบครองในปี 2002 รวมทั้งเป็นแถวรุกน่านับถือที่สุดในสมัยหนึ่งของแวดวงลูกหนังเลย

แต่ว่าถ้าเกิดคุณเป็นคอบอลตัวจริงล่ะก็ คุณจะจำตอนที่ริวัลโด้ค้าลำแข้งกับเอซี มิลานในช่วงสั้นๆได้ ในปี 2002-2003 ซึ่งในกลุ่มเต็มไปด้วยเจ้าพ่อลูกนิ่งเยอะมากตลอดตัวเขาเองอังเดร เชฟศาสนาเชนหรูหรา, รุย คอสต้า, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และก็อันเดร ปีร์โล่ คุณคงจะเลือกคนยิงผิดสินะ

เขาประสบผลสำเร็จมากทั้งยังในประเทศสเปนและก็อิตาลี ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีก 2ยุค,ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกแชมป์บอลถ้วย ยุคและก็ยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ รวมถึงแชมป์โลกกับราสิในปี 2002 ด้วย ทว่าต่อจากนั้นล่ะ?

ทางอาชีพของริวัลโด้เริ่มที่ เรสิเฟ่ ถิ่นกำเนิดของเจ้าตัว ก่อนที่จะได้เล่นบอลอาชีพกับซานต้า อาจารย์ซ ในปี 1991 แล้วก็ลงเล่นให้กับสมาคมมากมายก่ายกองทั้งโลกถึง 14กลุ่ม ทั้งยังในบราซิลประเทศสเปนอิตาลีกรีซอุซเบกิสถาน และก็ แอโกล่า ก่อนที่จะเล่นร่วมกับลูกชาย ริวัลดินโญ่ ที่โมจิ ไม่ขอบ ก่อนที่จะจบทางอาชีพค้าลำแข้งกว่า24 ปีที่ช้านาน

อะไรทำให้หน้าแข้งแซมบ้าโลดแล่นในแวดวงลูกหนังจนกระทั่งอายุ 40 ปีได้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวก็มีโทรฟี้และก็รางวัลจำนวนมากอยู่ในตู้โชว์แล้ว อาจจะไม่มีผู้ใดตอบปัญหานี้ได้ดียิ่งไปกว่าเพื่อนฝูงร่วมกลุ่มของริวัลโด้ในตอนตอนปลายแล้วล่ะ

ตะลุยแดนเทพนิยาย

ปีเตอร์ ฟิลิปากอส กองกลางแดนลุงแซมวัย 21 ปี ย้ายมาอยู่โอลิมเปียกอสในเดือนกรกฎาคมปี 2004 ตามเจ้านายเก่า ดูซาน บาเยวิช ที่ย้ายข้ามฝากจากทีมอริ เออีเค เอเธนส์ มาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ริวัลโด้ย้ายมาพอดี

ฟิลิปากอสยกย่องริวัลโด้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วกล่าวว่า “ในตอนเด็กๆ ผมมีรูปเขาติดผนังห้องผมเต็มไปหมด ผมจำได้แม้กระทั่งผมใส่รองเท้ามิซูโน่รุ่นเดียวกับเขา ผมหารุ่นนี้มาเป็นเดือนเลยล่ะ”

“ตลอดอาชีพค้าแข้ง หนึ่งในคำชมที่ผมได้รับบ่อยๆคือ คนมักจะถามว่าถนัดเท้าข้างไหนกันแน่ เพราะมันยอดเยี่ยมทั้งสองข้างเลย ซึ่งจริงๆเป็นข้างขวานะ แต่ตอนเด็กๆ ผมดูริวัลโด้บ่อยมากๆเฟร์นานโด เรดอนโด้ ก็ด้วย จากนั้นผมก็เลยไปฝึกใช้เท้าข้างซ้ายเท่านั้นในเวลาซ้อม เพื่อเลียนแบบพวกเขา”

เมื่อเขาได้พบกับไอดอลที่ชื่นชมอยู่ตรงหน้าแล้ว เขายังทำใจเย็นอยู่หรือไม่? คำตอบก็คือไม่เลยต่างหาก

“พูดตรงๆ ผมได้เล่นร่วมและแข่งขันกับนักเตะมากมายที่ผมชื่นชอบในวัยเด็ก ผมเจอผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมากมาย และผมก็ไม่ใช่พวกที่ตื่นเต้นเวลาเจอคนดังเท่าไหร่นัก” ฟิลิปากอสอธิบาย

“แต่ตอนเจอริวัลโด้ในตอนแรก ผมรู้สึกแปลกๆไป”

“มันทำให้ผมมองย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เคยผ่านมาทันที ซึ่งมันเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆในชีวิตนักฟุตบอล เพราะเวลามักจะผ่านไปรวดเร็ว และบางครั้งเราก็ไม่ได้ชื่นชมช่วงเวลาที่พิเศษเหล่านั้น และเราก็ไม่สามาถสร้างช่วงนั้นขึ้นมาได้อีก”

“ดังนั้นในใจของผมจึงคิดว่า ตอนนี้เราได้อยู่ทีมเดียวกันแล้ว ผมจะได้เห็นเขาทุกๆวัน และผมก็มาไกลมากจากเด็กคนนั้นที่เคยติดรูปริวัลโด้ไว้บนกำแพงห้อง”

แล้วการที่ลงเล่นร่วมกับยอดนักเตะอย่างริวัลโด้เป็นอย่างไรบ้าง? มีหลายเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เขาขนลุกเลย

ฟิลิปากอสที่กำลังขายเครื่องเพชรพลอยในแคลิฟอร์เนีย ได้รำลึกถึงช่วงนั้น “ที่โอลิมเปียกอส ช่วงที่น่าจดจำครั้งแรกของเขาคือดาร์บี้แมตช์ที่พบกับพานาธิไนกอส บรรยากาศมันสุดยอดมากๆ และเขาก็ทำประตูชัยด้วยลูกฟรีคิกด้วย”

“อีกสองฤดูกาลต่อมา เราคว้าดับเบิ้ลแชมป์ มีอยู่หลายนัดที่เขาสามารถแบกทีมและตัดสินผลการแข่งขันด้วยตัวเอง ผมไม่เคยเห็นนักเตะคนไหนที่มั่นใจในความสามารถของตัวเองแบบนี้มาก่อนแล้ว”

“สิ่งที่ทำผมประหลาดใจที่สุดคือ ความเชื่อมั่นของเขา ริวัลโด้ไม่มีคำว่า ความกดดัน หรือ ความกลัวอยู่ในพจนานุกรมของเขาเลย มีไม่กี่คนที่เป็นเป็นนั้น แต่เขาก็อยู่เหนือขึ้นไปอีกระดับ”

“เขามักจะต้องการบอลอยู่กับตัวเสมอในสถาการณ์ที่ทีมต้องการชัยชนะ คู่แข่งไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย ผมรู้สึกว่าไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าริวัลโด้แล้วล่ะ”

ริวัลโด้ใช้เวลา 3 ฤดูกาลกับโอลิมเปียกอส ยิงไป 36 ลูกจาก 70 นัด ก่อนจะมีปัญหากับประธานสโมสรแล้วย้ายข้ามฝากไปอยู่กับ เออีเค เอเธนส์ แทน

ข้ามฝาก

ย้ายมาทางฝั่งนักฟุตบอลกลุ่มชาติแคนาดา ทาม ซารีว่า กันบ้าง เหมือนกับฟิลิปากอเขาเป็นแฟนของริวัลโด้มาอย่างนาน เขากล่าวว่า เขายกย่องเขามานานแล้ว มันเสมือนฝันเลย

ผมคิดออกว่าตอนบอลโลกปี 98 เขาสวมรองเท้าไม่ซูโน่ ด้วยเหตุดังกล่าวผมก็เลยไปพบรองเท้าแบบเขาแล้วก็ทำท่าทางราวกับเขา ซึ่งผมทำอย่างนี้ก่อนที่จะนึกถึงประเด็นการย้ายมาเล่นเพื่อเป็นนักบอลอาชีพซะอีก

ซารีว่า และก็ ริวัลโด้เคยเจอกันมาก่อนแล้ว เมื่อพานาธิไนกอเจอกับพานิโอนิออซึ่งโน่นนับว่าเป็นตอนที่สำคัญสำหรับซารีว่าอย่างแท้จริง

ถัดมาในฐานะเพื่อนพ้องร่วมกลุ่ม ซารีว่าจำตอนฝึกได้ว่า ทุกคนมองลนลาน แม้กระนั้นเขาก็เล่นบอลได้สบายราวกับทุกหนไป ธรรมดาผมจะอ่านการเล่นของบุคคลอื่นออก แต่ว่าเขาทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำเสมอ

ริวัลโด้ยังเป็นผู้ที่มัธยัสถ์สุดๆเขาขี่สมาร์ทคาร์มาสนามฝึกซ้อมเพราะเหตุว่าการขี่รถยนต์ออดี้ คิวที่กลุ่มให้มอบให้มันเปลืองน้ำมันเหลือเกิน

ถึงแม้เขาจะอายุอานามมากมายแล้ว ก็ยังฝึกหัดอย่างตั้งใจ ในกลุ่มเขาเยี่ยมที่สุดเสมอผู้ฝึกสอนของพวกเราชอบกล่าวถึงเขามาเป็นตัวอย่างให้กับนักฟุตบอลผู้ที่เหลือในกลุ่มด้วย

ผมได้ทำความเข้าใจว่าบอลใช้มันสมองเล่นมากยิ่งกว่าร่างกาย การผ่านบอลแบบไม่มองดูหรือเคลื่อนมากสักเท่าไรนักน่าจะเป็นบทเรียนที่เหมาะสมที่สุดที่ผมได้มองเขา

ภายหลังจากอยู่เอเธนส์เพียงแค่ฤดูเดียวก็ชีพจรลงเท้าอีกที รวมทั้งจุดหมายถัดไปเป็นบุยอดกอร์ชมรมจากประเทศอุซเบกิสถาน

ครั้งหนึ่งในเอเชีย    

แม้เราจะตามหาเพื่อนร่วมทีมในสมัยที่อยู่บุนยอดกอร์ไม่ได้ แต่คนที่มีประสบการณ์ที่ใกล้เคียงในตอนนั้นที่สุดก็คงจะเป็นนักเตะที่ชื่อว่า พอล รีด

รีดอยู่ในทีมแอดิเลด ยูไนเต็ด ชุดที่เอาชนะบุนยอดกอร์ของริวัลโด้ใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2008 รอบรองชนะเลิศไปได้

กองกลางชาวออสซี่เล่าว่า “ผมถูกบอกว่าอย่าให้เขาได้ครองบอลอยู่กับตัวนานเกินไป เพราะเขามีผลกับเกมมากๆ”

“เขาอายุ 36 แล้วในตอนนั้น แต่เขายังเคลื่อไหวได้อย่างคล่องแคล่ว และเล่นกับบอลได้อย่างสง่างาม”

“ผมได้พูดคุยกับเขาในช่วงหมดครึ่งแรก และถามเขาว่าขอแลกเสื้อหลังจบเกมได้มั้ย ซึ่งเขาก็ยินดีจะแลก แม้ผมจะเข้าบอลหนักกับเขาในครึ่งแรกก็ตาม”

หลังจากที่คว้าแชมป์ลีกอุซเบฯ 3 สมัยติดต่อกัน และอุซเบกิสถาน คัพ อีก 2 ครั้ง ก็ถึงเวลาที่เขาจะโยกย้ายอีกครั้ง

แต่ดาวเตะอัฉริยะผู้นี้ยังมีแรงเหลืออยู่เต็มถัง เพราะหลังจากนั้นเขาก็ไปเล่นให้ทั้งเซา เปาโล, คาบูสคอร์ป ทีมในแองโกล่า, เซา คาเอตาโน่ และ โมจิ มิริม

ในปี 2015 เป็นเวลา 12 ปีหลังเขาจากบอกลาทีมชาติบราซิล และก็ถึงเวลาทีริวัลโด้ต้องบอกลาเกมลูกหนังที่เขารักแล้ว ซึ่งสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้อย่างมาก ไล่ตั้งแต่ในบราซิล,อังกฤษ, แองโกล่า, อุซเบกิสถาน และทั่วโลกด้วยรองเท้ายี่ห้อมิซูโน่คู่นี้

และที่ริวัลโด้ทำแบบนี้ได้ก็เพราะความรักที่เขามีให้เกมลูกหนังนั้นมากมายเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้เลย

Powered by UFABET


 

post

11 ขุนพลหลักทัพช้างศึก ” U23 ของ กามา “

ซูซูกิ คัพ อาจเป็นรายการใหญ่ที่แฟนบอลส่วนใหญ่ให้ความสนใจ

แต่อีกด้านหนึ่งก็น่าสนใจไม่แพ้กันกับทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิกส์ ที่กำลังจะลงแข่งขันรายการ CFA Under-21 (1997) Men’s International Football Friendly Tournament 2018​ ณ เมือง หวานโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 12-20 พฤศจิกายน 2561

นี่คือทัวร์นาเม้นแรกของ อเล็กซานเดอร์ กามา หลังจากเข้ารับตำแหน่งกุนซือช้างศึกชุดนี้เต็มตัวโดยมีคู่แข่งสุดหินทั้งจีน, เม็กซิโก และไอซ์แลนด์ รอดวลแข้งอยู่ ขณะเดียวกันรายชื่อนักเตะทั้ง 23 รายที่ กามา เลือกมาก็ล้วนเต็มไปด้วยแข้งฝีเท้าดี และเล่นอยู่ในลีกสูงสุด ซึ่งด้วยขุมกำลังที่มี และคู่แข่งที่ไม่ธรรมดาน่าสนใจว่า กามา จะวางใครเป็น 11 คนแรกประจำทัวร์นาเม้นนี้บ้าง โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ จึงขอทำการวิเคราะห์ 11 ตัวจริงที่ กามา ในแทคติก 3-4-3 มาให้ได้ดูกัน

ผู้รักษาประตู :

• นนท์ ม่วงงาม

เริ่มที่ตำแหน่งผู้เฝ้าประตูในรายนามทั้งยังสามผู้ที่เรียกมา แน่ๆว่า ความยินดี ม่วงสวยเด่นกว่าอีกทั้งผลงานในลีก แล้วก็กับกลุ่มชาติ เมื่อมีประสบการณ์พาทีมคว้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ในปี 2017 เป็นมือชั้นยอดไปฝ่าชิงชนะเลิศทวีปเอเชีย ทั้งยังยึดมือชั้นยอดของกองทัพช้างศึกU23 แบบถาวร ในขณะที่ผลงานระดับสมาพันธ์หากแม้ไม่บางทีอาจช่วย โปลิศ เทโร เอฟซี รอดชั้นได้เสร็จ แต่ว่าเจ้าตัวยังมีฟอี์มที่แน่นแฟ้น แล้วก็ราคะเองเคยใช้บริการเขามาแล้วเมื่อฤดู 2017 ทำมห้ นันท์ ม่วงสวย คงจะยึดมือชั้นยอดของกลุ่มอย่างแน่นอน


กองหลัง : 

• ชินภัทร์ ลีเอาะ

เดิมทีในเกมทีมชาติ ชินภัทร์ มักรับบทปราการหลังตัวกลาง แต่กับเชียงรายภายใต้การคุมทีมของ กามา เขามักขยับออกไปยืนแนวรับด้านขวา และซ้ายสลับกันไปนั่นทำให้ในชุดลุยสี่เส้ามีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกวางตำแหน่งเหมือนตอนเล่นให้ “กว่างโซ้ง” เพราะกามาเองเชื่อว่าตำแหน่งนี้เรียกศักยภาพของดาวรุ่งวัย 21 ปีออกมาได้มากกว่า

• มาร์โก บัลลินี

 ข้างหลังหลุดจากชุดใหญ่ กาม ไม่รอคอยช้าที่จะเรียกของดีจากจังหวัดชัยนาทเข้ามาร่วมกองทัพด้วย โดยจุดแข็งของเขาอยู่ที่ความสูงใหญ่แน่ๆว่าจะเติมเต็มสิ่งที่นายทัพช้างศึกปรารถนาถึงที่เหมาะไม่ใช่แค่เรื่องเกมรับ แม้กระนั้นยังซัพเพียงพอร์ทแทคติเซ็ทพีชของกามได้ ที่จังหวัดเชียงราย เทรนเนอร์ชาวบราซิลดัน วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ ขึ้นไปกระแทกลูกเซ็ตพีซจนกระทั่งสร้างแรงกดดันใส่คู่ปรับได้ทุกคราว ซึ่งอาจไม่แปลกถ้าเขาจะใช้ความสูง 200 ซม.ของ บัลลีนี มาเพิ่มอันตรายลูกเซ็ตพีชของกลุ่มชุดนี้ด้วย

• ศรายุธ สมพิมพ์

หลังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นให้ชุดใหญ่ บุรีรัมย์ แต่เลกสองที่ถูก แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ยืมตัวไปใช้งานก็ทำให้ ศรายุทธ สมพิมพ์ มีผลงานที่เด่นชัดขึ้น และนำมาสู่การติดทัพช้างศึกปรีโอลิมปิกส์ได้สำเร็จ เขาลงสนามให้ “อินทรีทัพฟ้า” ต่อเนื่องพร้อมสวมปลอกแขนกัปตันทีมคนใหม่ และเล่นได้อย่างแข็งแกร่งเข้าปะทะดุดันดังนั้นตำแหน่งแผงหลังคนสุดท้ายเขาน่าจะไม่หลุดโผแน่นอน


กองกลาง :

จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์

ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ จักรกฤษณ์ ต้องหลุดโผจากทีมชุดเอเชียนเกมส์ ก่อนจะกลับมามีชื่ออีกครั้งภายใต้การนำของ กามา สำหรับ จักรกฤษณ์ ลงสนามอย่างต่อเนื่องให้ เอฟซี โตเกียว ด้วยสปีดบอลแบบญี่ปุ่นที่เขาคุ้นเคยรวมถึงทักษะเฉพาะตัวน่าจะทำให้ กามา วางเขาในตำแหน่งวิงแบ็คฝั่งขวาเพื่อเพิ่มมิติเกมรุกให้ทีมมากขึ้น

• อภิสิทธิ์ โสรฎา

ในเชียงราย กามา เลือกใช้งาน สุริยา สิงห์มุ้ย ที่มีความเร็ว และโดดเด่นเรื่องการเติมเกมริมเส้นลงประจำการวิงแบ็คกราบซ้ายด้วยสไตล์แทคติกดังกล่าวแบ็คซ้ายของ บีจี เอฟซี รายนี้ก็น่าจะมีความเหมาะสมไม่น้อยที่จะตอบโจทย์ของ กามา เพราะมีทั้งความเร็วคล่องตัวที่สำคัญเขาเคยเล่นตำแหน่งเดียวกันให้กับ “เดอะ บลูแมชชีน” มาแล้ว ซึ่งก็น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวอะไรมาก

• รัตนากร ใหม่คามิ

หลายครั้งที่เราต้องเห็น รัตนากร ใหม่คามิ ถูกจับไปเล่นแบ็คขวาในนามทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ด้วยความที่ไม่ใช่ตำแหน่งธรรมชาติทำให้เขามีผลงานที่ไม่ดีนัก และถูกวิจารณ์บ่อยครั้ง แต่ในยุคกามา เราน่าจะได้เห็นเขาขยับขึ้นมายืนตำแหน่งที่ถนัดอย่างกองกลางตัวรับ ซึ่งเคยทำได้ดีมาตลอดในทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และน่าจะได้ออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรกในตำแหน่งนี้

• วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ

หากมองรายชื่อแผงมิดฟิลด์ทั้งหมดคงไม่มีกองกลาตัวทำเกมคนไหนจะโดดเด่นไปกว่าดาวเตะจาก ชลบรี เอฟซี อีกแล้ว ฤดูกาล 2018 วรชิต มีปีที่ยอดเยี่ยมเขาเปลี่ยนจากดาวรุ่งกลายเป็นแข้งคนสำคัญของ “ฉลามชล” ที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในทีม

12 ประตูจาก 34 เกม และแอสซิสต์อีก 5 ครั้ง เป็นผลงานที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาน่าจะไม่หลุดโผ 11 ตัวจริงของ กามา ในรายการนี้


กองหน้า : 

• เอกนิษฐ์ ปัญญา

อีกหนึ่งดาวรุ่งที่มีผลงานน่าประทับใจใปีที่ผ่านมาจริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้เขามีความทรงจำที่ไม่ดีนักในทีมชุดเอเชียนเกมส์ แต่ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่จะทำให้พัฒนาขึ้น ขณะเดียวกันผลงานในลีกก็ยากที่ กามา จะปฏิเสธดึงเขามาร่วมทัพด้วยเมื่อเป็นนักเตะคนสำคัญพา เชียงใหม่ เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แม้ตำแหน่งถนัดจะเป็นตัวปั้นเกมหลังกองหน้า แต่เขาก็สามารถฉีกออกมาั้นเกมด้านข้างที่น่จะทำให้มีพื้นที่ยึด 11 คนแรกมากขึ้น

• สรวิทย์ พานทอง

เรียกได้ว่าเป็นกองหน้าที่มีความแข็งแกร่งไม่น้อยสำหรับหัวหอกจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ฤดูกาลนี้ลงสนามไป 15 นัด และถึงแม้จะยิงประตูไม่ได้ แต่เขาเป็นตัวซัพพอร์ทชั้นดีในแนวรุก สรวิทย์ พาบอลไปกับตัวได้ดีมีลูกเบียดลูกชนที่จะช่วยเพิ่มเขี้ยวเล็บให้ช้างศึกชุดนี้ได้ และน่าจะทำให้เขามีโอกาสสูงในบทบาท 11 คนแรกของกามา

• กรวิชญ์ ทะสา

หากนึกถึงกองหน้าดาวรุ่งที่กำลังมาแรงที่สุดคงไม่พ้นเจ้าของฉายา “ธีรศิลป์สอง” อย่าง กรวิชญ์ ทะสา แน่นอน เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาเปรียบเสมือนปีที่ทำให้เจ้าตัวกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง

หลังทำผลงานได้ดีกับ บางกอก เอฟซี ส่งผลให้ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งานในเลกสอง ก่อนจะซัดไป 4 ประตูใน 8 เกม และที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือผลงานในทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่เจ้าตัวทำได้ยอดเยี่ยม ด้วยผลงานที่ผ่านมาก็โอกสเยอะทีเดียวที่ กามา จะส่งเขาลงเป็นกองหน้าตัวเป้าในรายการนี้

Powered by UFABET


post

11 แข้งฝีเท้าดีที่ค่าตัวไม่ถึง 1 ล้านปอนด์ ใน FM2019

คุณกำลังคุมทีมอยู่ในลีกล่างที่กระเป๋าเงินของเจ้าของทีมแทบจะไหม้หมดจนแทบจะไม่เหลือเงินให้ช็อปแล้วใช่ไหม? การเสริมทีม จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปถ้าคุณลองซื้อนักเตะราคาประหยัดเหล่านี้

การหาผู้เล่นที่มีค่าตัวต่ำลงมากยิ่งกว่า ล้านปอนด์เป็นอะไรที่ยากไปกันใหญ่ในFootball Manager 2019 จำต้องขอบพระคุณตลาดจำหน่ายและก็ค่าจ้างที่เฟ้อขึ้นทุกๆปี
แต่ว่าคุณไม่ต้องเศร้าใจไปเนื่องจากว่าพวกเราได้เสาะหาเหล่านักฟุตบอลแทบโหลหนึ่งที่แพงไม่ถึง ล้านปอนด์และก็เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพมาเพื่อเติมเต็มส่วนที่เป็นช่องโหว่ในกลุ่มของคุณ แต่ว่าจะต้องขอบอกก่อนว่าบางครั้งก็อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถดึงไปเล่นในระดับแชมเปี้ยนชิพได้น่าฟังด้วยเหตุเรื่องค่าแรงที่ไม่น่าสนใจ แต่ว่าก็มีนักเตะหลายคนที่เหมาะสมกับการดึงเข้ามาเป็นนักฟุตบอลโรเตชั่นในกลุ่มระดับบนได้เช่นเดียวกันเนื่องจากประสิทธิภาพของพวกเขานั้นสวนกับราคา

DANIELE BONERA (VILLARREAL, ค่าฉีกสัญญา £500,000)

อดีตกาลนักฟุตบอลกลุ่มชาติ อิตาลี อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอายุที่สูงถึง 37 ปี แต่ว่าเขาก็ยังไม่หมดไฟ ด้วยราคาเพียงแค่ครึ่งล้าน เขาจะมีคุณประโยชน์บนม้านั่งสำรองของกลุ่มคุณไปหนึ่งฤดู
เขามีค่าพลังด้าน mental ที่ดีเยี่ยมสำหรับเพื่อการเป็นกองข้างหลังตัวกลาง ดังนี้ความเร็วและก็ความอึดก็ไม่ห่วยเหลือเกินสำหรับเพื่อการเป็นตัวสำรองด้วยเหมือนกัน เขาจะเหมาะสมกับการลงมาปิดเกมช่วงท้ายเกมที่จำเป็นต้องตามติดแน่นหนารวมทั้งลงไปรับลึกเนื่องจากว่าลูกในอากาศการตามติดแล้วก็การเข้าบอล เป็นข้อดีของเขา


Christian Santos (Deportivo La Coruna, ค่าฉีกสัญญา £275,000)

ซานโตส พึ่งจะย้ายไปร่วมกลุ่ม เดปอร์ฺ อย่างไร้ค่าตอบแทนจาก ลาเบส ตั้งแต่ที่คุณสร้างเซฟเริ่มเกมขึ้นมาใหม่โดยมีค่าฉีกคำมั่นสัญญาเพียง 275,000 ปอนด์เท่านั้นเอง เขาเหมาะสมกับการเล่นทั้งยังขอบเส้นและก็กองหน้าตัวกลางเนื่องจากแข้งกรุ๊ปชาติเวเนซูเอล่า มีค่าพลังที่ค่อนข้างจะครอบคลุมครบบริบรูณ์กับทั้งสองตำแหน่ง แถมเขายังโหม่งรุ่งเรืองมากอีกด้วย

เขาแก่แค่เพียง 30 โน่นเป็นเขาจะสามารถเล่นอยู่ในระดับเดิมได้อีก ปีเป็นอย่างต่ำค่าฉีกกติกาของเขาก็ถูกเยอะมาก ซึ่งเหมาะสมกับกรุ๊ปในลีกรองเป็นอย่างยิ่ง


LUCAS PIAZON (CHELSEA, ขึ้นบัญชีขาย £400,000)

เปียชอน เป็นนักฟุตบอลสารพัดประโยชน์ซึ่งสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก เขามีค่าพลังที่มากมายในด้านเกมรุกทำให้เขาเหมาะสมกับอีกทั้งการเล่นตำแหน่งขอบเส้นแล้วก็มิดฟิลด์ตัวรุก

ทางด้านค่าพลังด้าน mental ค่าพลังด้าน วิชั่น, หาช่อง รวมทั้ง ความเฉลียวฉลาด ก็จะมีผลให้เขาเป็นนักฟุตบอลซึ่งสามารถหลอกคู่ปรปักษ์ให้หลงได้ด้วยความเร็ว ผู้ใดก็ได้พาเขาออกมาจากเชลซีเพื่ออนาคตที่แจ่มใสเสียรู้


JILOAN HAMAD (HAMMARBY IF)  

ภายหลังจากได้เกาท์มาอย่างมากมาย พวกเราก็ได้พบกับ ฮามาด ที่คุณสามารถซื้อเขาด้วยเงินไม่ถึง ล้านปอนด์ ปีกสวีดิคนนี้สามารถเล่นได้ทั้งยังทางด้านและก็ทางขวาทั้งเขายังมีค่าพลังด้านเกมรุกที่ครบถ้วนบริบูรณ์อีกด้วย

สำหรับกลุ่มที่จำเป็นต้องกรำศึกหนัก การมีตัวรุกที่เล่นได้ถึง ตำแหน่งจะมีประโยชน์เป็นอย่างมากรวมทั้งสามารถทำให้ท่านโรเตชั่แม่น้ำได้โดยไม่ลดประสิทธิภาพของกลุ่มลง


MANU MORLANES (VILLARREAL, ค่าฉีกสัญญา £750,000)

พวกเราได้เสนอแนะเขาไปแล้วใน ลิสท์รวมนักฟุตบอลค่าฉีกข้อตกลงสุดคุ้ม มอร์ลาเนสเป็นดาวรุ่งอายุ 19 ปี ที่จะปรับปรุงขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลมิดฟิลด์ที่ดีในอนาคต

นอกจากจุดด้วยที่มีลักษณะอาการเจ็บบ่อยมากในสมัยก่อนแล้ว ดาวรุ่งชาวประเทศสเปนมีค่าพลังด้านความสามารถที่สุดยอดและก็สะดุดตาในด้านการตัดบอลซึ่งทำให้เขาทำเป็นดีกับหน้าที่โฮลดิ้งกึ่งกลางสนาม ความสามารถด้านร่างกายของเขาค่อนข้างจะห่วยแตก แม้กระนั้นเขาจะทำเป็นดีในกลุ่มที่ย้ำการครอบครองบอลบุกเป็นหลัก


CURTIS NELSON (OXFORD)

แม้ว่าจะเล่นอยู่ในลีกวันกับ อ็อกฟอร์ด แต่ว่าฝีเท้าของ เนลสัน ก็เป็นกองข้างหลังที่เก่งเกินกว่านั้นซึ่งเขาจะเป็นดีลที่ดีสำหรับเพื่อการคว้าตัวไปร่วมกลุ่ม

เขาเข้มแข็งอย่างยิ่งในลูกในอากาศ และก็กำลังกายภาพก็ค่าชื่นชอบเกินกว่านักเตะที่อยู่ลีกด้านล่าง ค่าพลังด้าน mental ของเขาก็น่าพึงพอใจอีกทั้ง ความตั้งใจจริงทีมเวิร์กและก็ ความอาจหาญ


BORJA LASSO (SEVILLA, ขึ้นบัญชีขาย £725,000)

ลาโซ่ เป็นนักฟุตบอลสารพัดประโยชน์ที่มีค่าพลังทางด้านความชำนาญอยู่ในระดับที่ถือว่าไม่ดีอีกทั้ง การผ่านบอลจับบอลแรก และก็ วิชั่น ทั้งยังเขายังอายุเพียงแต่ 24เพียงแค่นั้น

ถึงแบบนั้นเขาเป็นนักฟุตบอลที่ค่ากำลังกายภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งความแข็งแกร่งค่อนข้างจะต่ำแล้วก็ความเร็วไม่จัด เพราะว่านั้นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกตำแหน่งเลข 10


TYIAS BROWNING (EVERTON, ขึ้ยบัญชีขาย £750,000)

คุณสามารถคว้าตัวนักเตะสายเลือดสเกาเซอร์คนนี้ด้วยราคาและค่าเหนื่อยอันแสนถูก เขาสามารถเล่นในตำแหน่ง ลิมิเต็ดฟูลแบ็คที่เน้นเกมป้องกันเป็นหลัก หรือ ตำแนห่งถนัดของเขาอย่างกองหลังตัวกลาง

ค่าพลังกายภาพของเขาน่าประทับใจมาก โดยเฉพาะความเร็วและความฟิต แต่ค่าพลังทางด้านทักษะของเขาค่อนข้างต่ำทำให้เหมาะกับทีมในลีกรองมากกว่า


IDRISSA SYLLA (QPR, ขึ้นบัญชีขาย £500,000)

ด้วยค่าพลังการหาช่องรวมทั้งการอ่านเกมที่สูง ทำให้ สิล่า เป็นนักฟุตบอลที่จมูกไวในกรอบจุดโทษ กำลังกายภาพของเขายุ่ในหลักเกณฑ์ปานกลางแต่ว่าก็นานาประการไร้ค่าไหนต่ำ แล้วก็การจบสกอร์แล้วก็ความนิ่งที่ไม่สูงทำให้เขาเหมาะสมกับกลุ่มในระดับลีกรอง

ลำแข้งชาวกินีคนนี้บางครั้งอาจจะมิได้เป็นกองหน้าที่ครบถ้วนบริบูรณ์ แต่ว่าเขาจะเป็นPoacher ที่ดีให้กับกลุ่มคุณได้อย่างแน่แท้


ALBERTO BUENO (PORTO, ขึ้นบัญชีขาย £500,000)

อดีตกาลนักฟุตบอลของ ดาร์บี้ คนนี้สามารถเล่นได้ทั้งยังในตำแหน่งลำดับที่ 10 รวมทั้งกองหน้า Advance Forward เขามีค่าพลังการเลี้ยงบอลจบสกอร์ยิงไกลจับบอลและก็ เคล็ดลับ ที่สุดยอดถ้าเทียบกับค่าตอบแทนของเขา

พลังด้าน mental ของเขาดีแล้วมากมายเหมือนกันในด้านประดิษฐ์เกม รวมทั้งถึงแม้ว่าความอึดเขาจะห่วยแตก แต่ว่าเขาก็เหมาะสมกับการอยู่บนม้านั่งสำรองของคุณเพื่อลงมาแปลงเกม แต่ว่ากลุ่มในลีกรองบางทีก็อาจจะตรากตรำสำหรับการคว้าตัวของเขามาเนื่องจากว่าค่าแรงงานที่สูง


TYLER BLACKETT (READING, ขึ้นบัญชีขาย £825,000)

ค่าพลังด้าน mental ของ กางล็คเก็ท ค่อนข้างจะต่ำแม้กระนั้นดก็ตอบแทนด้วยกำลังกายภาพและก็การเล่นลูกในอากาศ ทั้งยังเขายังมีความเร็วให้แก้ตัวแม้ทำผิดพลาดขึ้นมาในเกมรับ

สมัยก่อนหน้าแข้ง แมนฯยูไนเต็ด สามารถโยกไปเล่นแบ็คได้ด้วยแต่ว่าด้วยค่าพลังเกมบุกที่ต่ำของเขาพวกเราเสนอแนะให้โยกไปเวลาที่อยากได้ปิดเกมจะดียิ่งกว่า


LUCIANO NARSINGH (SWANSEA, ขึ้นบัญชีขาย £400,000)

ถึงแม้ค่าตอบแทนของเขาจะออกจะสูง แม้กระนั้นความเร็วรวมทั้งความชำนาญการเลี้ยงบอลของเขาก็ทำให้คุ้มที่จะจ่าย ลำแข้งชาวฮอลันดารายนี้เป็นนักฟุตบอลสไตล์ตัวจี๊ดซึ่งสามารถลากเลื้อยผ่านแนวยอมรับได้ด้วยวิธี แล้วก็จะเหมาะสมกับกลุ่มที่เล่นในสไตล์สวนกลับ หรือบางทีอาจจะปรารถนานักฟุตบอลผู้เล่นสำรองที่ลงมาแปลงเกมในตอนที่แนวรับฝั่งตรงข้ามไม่มีแรง

ค่าพลังด้าน mental ของเขาออกจะต่ำ แต่ว่าความเร็วจะชดเชยในส่วนนั้น เขาเป็นนักฟุตบอลที่ติดกลุ่มชาติกังหันลมมาแล้ว 16 เกม แล้วก็ยังเคยได้แชมป์ เอเรดีวีซี มาแล้วสองครั้งร่วมกัน

Powered by UFABET


post

10 จอมสังหารลูกนิ่งที่แม่นยำที่สุดจาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรป ณ เวลานี้

 

แฟนๆลูกหนังชอบเห็นการทำประตูจากลูกฟรีคิกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงที่โค้งเสียบมุมสามเหลี่ยม หรือลูกยิงแบบทรงพลังเน้นความแรงเข้าว่า ก็ทำให้คนที่ดูอยู่ขนลุกไม่น้อยเลย

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยุโรปได้สร้างนักเตะที่เชี่ยวชาญลูกตั้งเตะมามากมาย ทั้งเดวิด เบ็คแฮม, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, จูนินโญ่ หรือ โรแบร์โต้ คาร์ลอส และนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่แฟนมักจะมีความเห็นไม่ตรงกันซักที ก็คือใครกันคือจอมสังหารลูกนิ่งที่ดีที่สุดในยุโรป?

โดยธรรมชาติแล้ว ผู้เล่นที่ได้รับหน้าที่จัดการกับลูกตั้งเตะมักจะมีโอกาสในการทำประตูมากกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น ลีโอเนล เมสซี่ กับ 13 ประตูจากลูกฟรีคิก ซึ่งมากกว่าใครใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ตั้งแต่ปี 2015 แต่ขณะเดียวกันซุปตาร์จากบาร์เซโลน่าก็ใช้โอกาสไปมากถึง 134 ครั้งเลยทีเดียว

แล้วผู้เล่นคนไหนล่ะที่มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูจากลูกฟรีคิกที่ดีที่สุดจาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015 ขอเชิญทุกท่านอ่านต่อได้เลย

10. ซิโมเน่ แวร์ดี้ (นาโปลี)

• ยิงฟรีคิก: 44

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 11%

ซิโมเน่ แวร์ดี้ อาจจะยังไม่ยิงประตูจากลูกนิ่งเลยนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับนาโปลีในซัมเมอร์นี้ แต่ดาวเตะทีมชาติอิตาลีก็ทำได้ดีพอสมควรกับการยิงประตูแบบนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งเขายังเคยยิงฟรีคิกด้วยเท้าที่ต่างกันและก็เป็นประตูทั้งสองลูกในเกมเดียวอีกด้วย!


9. เนย์มาร์ (เปแอชเช)

• ยิงฟรีคิก: 44

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 11%

เนย์มาร์พยายามจะก้าวขึ้นไปเป็นนักฟุตบอลเบอร์หนึ่งของโลก เหนือลิโอเนล เมสซี่ รวมทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้ได้ แต่ว่าอัตราความเที่ยงตรงจากลูกนิ่ง 11 เปอร์เซนต์ก็มิได้ช่วยทำให้ดาวเตะแซมบ้าก้าวขึ้นไปอยู่จุดนั้นได้


8.เฟเดริโก้ วิเวียนี (สปาล)

• ยิงฟรีคิก: 38
• เป็นประตู: 5
• โอกาสสำเร็จ: 13%

แม้ว่าจะมิได้เป็นกองกึ่งกลางตัวรุกทั่วๆไป แต่ว่าดาวเตะคนใหม่ของสปาลอย่าง เฟเดริเก๋วิเวียนี ก็พิสูจน์ว่าลูกนิ่งของเขาอันตรายเท่าใด โดยยิงได้ ลูก จากความมานะบากบั่น38 ครั้งในเซเรีย อา ทั้งยังในยุคที่อยู่เวโรน่าโบโลญญ่า และก็ สปาในช่วงเวลานี้ด้วย



7. มิราเล็ม ปานิช (ยูเวนตุส)

• ยิงฟรีคิก: 59

• เป็นประตู: 8

• โอกาสสำเร็จ: 14%

มีเพียงเมสซี่เพียงแค่นั้นที่ทำประตูจากลูกฟรีคิกมากยิ่งกว่าเขา นับจากเดือนสิงหาคมปี2015 โดยหน้าแข้งชาวบอสเนียได้ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับม้าลายในปี 2016 แล้วก็มีค่าความเที่ยงตรงสำหรับการทำคะแนนจากลูกตั้งเตะถึง 14 เปอร์เซนต์อย่างยิ่งจริงๆ


6. นาบีล เฟคีร์ (ลียง)

• ยิงฟรีคิก: 36

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 14%

หนึ่งในผู้เล่นตัวหลักของลียงในช่วงฤดูกาลที่แล้ว เฟคีร์เป็นนักฟุตบอลที่มีฝีเท้าเด่นรอบด้านแล้วก็โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งการเตะลูกหนึ่งของเขาก็อันตรายไม่ได้ต่างอะไรลูกโอเพ่นเพลย์ธรรมดาเลย


5. Marvin Plattenhardt

• ยิงฟรีคิก: 35

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 14%

ในอดีตกาลมีแบ็คซ้ายเยอะมากที่พิสูจน์ว่าลูกตั้งเตะเป็นสิ่งพวกเขาทำเป็นดีไม่ได้แตกต่างจากการเล่นเกมรับเ แล้วก็ แพลตเทฮาร์ดท์ก็ทำเป็นไม่ได้แตกต่างกัน โดยกองหลังจากกลุ่มหญิงสูงอายุทำประตูจากลูกนิ่งไป ประตูจากการเล่น 35 ครั้ง


4. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (บาร์เซโลน่า)

• ยิงฟรีคิก: 26

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 19%

หากแม้ช่องทางการยิงลูกนิ่งของเขาจะลดน้อยลงตั้งแต่แมื่อย้ายจากหงส์แดงมาบาร์เซโลน่าด้วยค่าตอบแทน 146 ล้านปอนด์ ฟิลิปกระเป๋า คูติเตียนนโญ่ก็ยังนักฟุตบอลที่ทำผลงานได้ดิบได้ดี ยามที่กลุ่มไม่มีเมสซี่อยู่ในสนาม โดยเขาทำไป ประตูจากลูกฟรีคิกในตอน ปีที่ล่วงเลยไป แล้วก็เขาพึ่งอายุ 26 เพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ยังได้โอกาสที่จะยิงเพิ่มในอนาคตอันใกล้นี้



3.เปาโล ดีบาล่า (ยูเวนตุส)

• ยิงฟรีคิก: 40

• เป็นประตู: 8

• โอกาสสำเร็จ: 20%

มือสังหารลูกนิ่งประจำกลุ่มม้าลาย โดยนับจากส.ค.ปี 2015 เปาโล ดีบาล่าทำประตูจากลูกฟรีคิก ประตูพอๆกับ ปานิช เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มของเขา รวมทั้งตามหลังเพียงแค่เมสซี่แค่นั้น ซึ่งดาวเตะอาร์เจนไตน์มีค่าเฉลี่ยสำหรับการทำคะแนนจากลูกฟรีคิกที่ดีเลิศเลย


2.อองตวน กรีซมันน์ (แอตฯมาดริด)

• ยิงฟรีคิก: 23

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 22%

จอมฆ่าลูกนิ่งที่แม่นที่สุดในยุโรปชั้นสอง และไม่ใช่คนไหนกันที่แห่งไหน หน้าแข้งแชมป์โลก อองตวน กรีซมันน์ คนนี้นี่เอง เขาทำคะแนนจากลูกฟรีคิก 5 จาก 23 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นลูกยิงที่เขาทำเป็นตอนอยู่เลกาเนสด้วย



1.เอนิส บาร์ดี้ (เลบานเต้)

• ยิงฟรีคิก: 25

• เป็นประตู: 6

• โอกาสสำเร็จ: 24%

ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงจะค่อนข้างจะฉงนใจเมื่อมองเห็นชื่อของ บาร์ดี้ เป็นจอมฆ่าลูกนิ่งลำดับต้นๆจาก ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ส.ค. ปี 2015 โดยปีกชาวมาสิโดเนีย ทำแต้มจากลูกฟรีคิกไป จาก 25 ครั้งที่เขารับหน้าที่นี้ หากว่าเขาพึ่งจะย้ายมาร่วมทีมค้างคาวน้อยเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วนี่เอง

Powered by UFABET


post

7 สถิติไม่สู้ดีของ ‘โมนาโก’ ภายใต้การคุมทีมของ ‘อองรี’

วันนี้เราจะมาเปิดสถิติในด้านลบของ โมนาโก ภายใต้การคุมทีมของ เธียร์รี่ อองรี ชายผู้ที่เราหวังว่าจะไม่หมดแพชชั่นในการคุมทีมไปเสียก่อน… หลังจากเริ่มต้นหน้าที่ใหม่ได้ 5 นัดและยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น

มีข่าวสารว่า เธียร์รี่ อองรี ใกล้จะเปลี่ยนเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่ของ แอตันวิลลา เมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่ว่าในที่สุดเขาก็เลือกคุมกลุ่มที่ได้ฟาดหน้าแข้งในแชมเปี้ยนส์ลีกอย่าง โมนาโก แทนที่จะลงไปคุมกลุ่มในแชมเปี้ยนชิพ

การปลด ลีโอนาร์โด ชาร์ดิม จากการเริ่มต้นฤดูอันตกต่ำก็ทำให้ผู้คนหวังว่า ออรี จะเข้ามากมายอบกู้เหตุการณ์ในถิ่น ตาด ฝ่าส์ เดอซ์ โดยใช้ประสบการณ์จากการเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในกลุ่มชาติประเทศเบลเยี่ยม

การเคยร่วมงานกับผู้จัดการทีมระดับแนวหน้าอย่าง อาร์เซน เวนเกอร์ และก็ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำให้ ออรี ถูกคาดว่าเขาจะเปลี่ยนมาเป็นอีกหนึ่งผู้จัดการทีมฟุตบอลชั้นแนวหน้าในอนาคต

โชคร้ายที่หลายอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง โมนาโก ภายใต้การควบคุมกลุ่มของออรี ยังหาชัยมิได้เลย ทั้งยังแพ้คาบ้านไป 4-0 ต่อ คลับรูซ ใหม่ๆในแชมเปี้ยนส์ลีก

วันนี้พวกเราถึงนำ สถิติ ที่สมัยก่อนหัวหอกของ อาร์เซนอล แล้วก็ บาร์เซโลน่า ก็อาจจะไม่ต้องการให้เกิดขึ้นซึ่งจะมีอะไรบ้างติดตามถึงที่เหมาะนี่


1. ไร้ชัย 15 เกมติดต่อกัน

ตอนที่ ออรี รับงานกับ โมนาโก กลุ่มหวังว่าเขาจะหยุดสถิติการแพ้คนไหนกันแน่เลยถึง 10 เกมต่อเนื่องกันในทุกรายการ แม้กระนั้นแปลงเป็นว่าเขาได้เพิ่มสถิตินั้นไปถึง 15เกม โดย โมนาโก เสมอ เกม รวมทั้งแพ้ 10 เกม

พวกเขามิได้มีสถิติไม่มีชัยช้านานขนาดนี้นับจากเดือน เดือนกันยายน 1968 จนกระทั่งเดือนมกราคม 1696 ที่ไม่มีชัย 16 เกมต่อเนื่องกัน


2. เก็บคะแนนได้น้อยที่สุดหลังผ่านไป 12 เกม

โมนาโกพึ่งจะเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวจากสามเกมแรกของ ออรี ในลีกเอิง ทำให้พวกเขามีเพียง แต้มรวมจาก 12 เกม ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำที่สุดภายหลังจากผ่านไป 12เกมในประวัติศาสตร์สมาคมตั้งแต่แมื่ออยู่บนลีกสูงสุดมา

ปัจจุบันนี้ โมนาโก อยู่ชั้น 19 ใน ลีกเอิง และก็อยู่ห่าง 18 แต้มจากชั้นสามอย่าง ลีลล์พวกเขาปรารถนาจุดแปลงครั้งใหญ่หากอยากได้ที่จะชิงตำแหน่งเพื่อไปแชมเปี้ยนส์ลีก


3. ไร้คลีนชีต

ออรี ยังมิได้รับประสบการณ์ที่กลุ่มได้คลีนชีตเลยตั้งแต่แมื่อเข้ามาคุมกลุ่ม กลุ่มของเขาเสียประตูไป 10 จาก เกม ซึ่งเกมรับยังค่อนข้างจะตกต่ำถึงจะเปลี่ยนแปลงกุนซือใหม่

ดังนี้ โมนาโก ยังเก็บคลีนชีตได้แค่เพียงครั้งเดียวในลีกเอิงจาก 12 เกม ซึ่งเป็นกลุ่มที่เก็บคลีนชีตได้ต่ำที่สุดในลีกเอิง


4. ได้ 4 ประตูจากการยิง 53 ครั้ง

เว้นเสียแต่กองหลังที่รั่วแล้ว แนวรุกของโมนาโกก็ยังจำเป็นต้องปรับปรุงขึ้นอีก รวมทั้งคำสัญญานที่ดีก็ยังคงไม่มาภายใต้การควบคุมกลุ่มของ ออรี แม้พวกเขาจะได้โอกาสยิงถึง 53 ครั้งใน เกม

แม้กระนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือพวกเขายิงเข้าประตูเพียงแต่ จากการยิง 53 ครั้ง ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นอยู่ที่แค่เพียง 7.5% ที่พวกเขายิงไปรวมทั้งกลายเป็นประตูได้ พวกเขายิงเข้ากรอบไป 20 ครั้งแม้กระนั้นพวกเขาจำเป็นจะต้องยิงให้คมเสมือนกุนซือของพวกเขาในอดีตกาลเพื่อเปลี่ยนแปลงมันให้เป็นประตูได้มากกว่านี้


5. ปราชัยในบ้านมากที่สุดของประวัติศาสตร์ทีมในยุโรป

การแพ้ 4-0 ในบ้านต่อ คลับ รูกก์ ในคืนวันอังคาร เป็นการปราชัยที่เปรอะที่สุดในรังเหย้าในรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก และก็ ยูโรเปี้ยนคัพ

มันเป็นเกมที่ ออรี จำเป็นต้องเก็บชัยมาให้ได้ ฝั่งตรงข้ามเป็นเพียงแต่กลุ่มที่บ๊วยของกรุ๊ป ที่ยังมีเพียงแค่แต้มเดียว เดี๋ยวนี้โมนาโกหวังได้เพียงแค่ชั้น เพื่อลงไปเล่นยูโรป้า แต่ว่าเกมที่จะจำเป็นต้องพบ แอตเลตำหนิโก มาดริด และก็ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะเป็นงานยากอย่างไม่ต้องสงสัย


6. สถิติเสียประตูใหม่ในแชมเปี้ยนส์ลีก

ข้างหลังเกมกับ คลับ รูกก์ โมนาโก แปลงเป็นกลุ่มจากประเทศฝรั่งเศสกลุ่มแรกที่เสียประตูสามลูกใน 25 นาทีแรกของเกมในรังเหย้าซึ่งเป็นสถิติใหม่ในแชมเปี้ยนส์ลีก

เจ้าของบ้านมีเกมรับที่ตกอับเป็นอย่างมากแล้วก็พวกเขาก็ถูก ลีบ รูกก์ ฉีกเป็นชิ้นๆได้โดยง่าย ดูท่าเกมจะจบลงไปก่อนที่จะมันจะเริ่มเสียอีก


7. ตัวสำรองโดนใบแดงเร็วที่สุดในลีกเอิง

โชคร้าย ก็เข้ามาเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งในกลุ่มที่กำลังอยู่ในตอนเหนื่อยยากของ อองรี ที่โมนาโก อาทิเช่น ในเวลาที่เขาส่ง ซามูเอล แกรนด์เซอร์ ลงเป็นตัวจริงในเกมแรกที่พบกับ สทราซบูร์ แล้วก็ข้างหลังสองนาทีที่เกมเริ่ม แกรนด์เซอร์ ก็โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

โน่นแปลงเป็นการโดนไล่ออกที่เร็วที่สุดในรอบ ปีของลีกเอิง ซึ่งได้เกิดขึ้นกับเกมแรกที่ ออรี เริ่มหน้าที่กุนซือ ช่างโชคร้ายอะไรแบบนี้...