ตอร์กาน อาซาร์ ตัวเอกจากรั้ว “ราชสีห์หนุ่ม” ที่โชว์ฟอร์มสมนามสกุล “อาซาร์”

เว็บ UFABET นับเป็นฤดูที่ 5 เข้าไปแล้วที่ ตอร์กาน อาซาร์ ลงบู๊ศึกบุนเดสลีกาในชุดทีม “สิงห์หนุ่ม” โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค

ยูฟ่าเบท รวมทั้งในเวลานี้เขาก็เปลี่ยนเป็นผู้เล่นตัวสำคัญของสโมสรแล้วก็ทีมชาติประเทศเบลเยี่ยม วันนี้พวกเราจะพาไปดูฝีเท้าที่พัฒนาขึ้นโดยตลอดของหน้าแข้งวัย 25 ปีกัน

ตอร์กานถูกยืมตัวมาเล่นให้กลัดบัคในสมัยของลูเซียง ฟาฟร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลใหญ่ของทีม “เสือเหลือง” ในขณะนี้ โดยฟาฟร์กล่าวไว้เมื่อปี 2014 ว่า “ข้อเสนอแนะของเขาถูกยื่นเข้ามาให้ผมในตอนพักร้อน ผมมองฟอร์มของเขาผ่านยูทูป เพราะเหตุว่าไม่มีวันเลือกอื่นแล้วก็ผมไม่ต้องการที่จะอยากมาไล่ดูดีวีดีบันทึกการแข่งขันชิงชัยกองโตของทีมซูลเต้ วาเรเกม จากที่ได้มองเห็นในอินเทอร์เน็ต ผมบอกโดยทันทีเลยว่าพวกเราจำต้องคว้าตัวเขามาเลย ด้วยเหตุว่าคำสัญญายืมตัวมิได้ส่งผลให้เกิดการเสี่ยงทางการเงิน จากที่ดูแล้วผมมีความรู้สึกว่าเขามีความถนัดดีเลิศๆเพียงแค่ได้ทราบว่าเขามีพรสวรรค์ล้นหลามขนาดนี้ก็พอเพียงแล้ว”

และก็เวลาก็ได้พิสูจน์ให้มีความเห็นว่าฟาฟร์คิดถูก ด้วยครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นนักเตะเก่า รวมทั้งมีเอเดน อาซาร์ผู้พี่ที่เจิดจรัสอยู่กับสโมสรเชลซี ขณะนี้ตอร์กานก็ได้แสดงให้โลกมีความเห็นว่าครอบครัวของเขาจะมีตำนานลูกหนังมากขึ้นมาอีกหนึ่งคน ซึ่งเขาฉายแววเด่นตั้งแต่ก่อนจรดปากกากับกลัดบัคในวัย 21 ปีซะด้วย

ยุคค้าลำแข้งกับกลุ่มซูลเต้ วาเรเกม โคนร์กานมีส่วนช่วยให้กลุ่มคว้ารองแชมป์ลีกประเทศเบลเยี่ยมได้ในปี 2012/13 หลังจากนั้นเขาก็เอารางวัลรองเท้าทองประเทศเบลเยี่ยม (Soulier d’Or) ในตอนปลายปี 2013 ก่อนที่จะอีก 5 เดือนถัดมาเขาจะถูกโหวตจากเพื่อนพ้องนักฟุตบอลให้ดำรงตำแหน่งผู้เล่นดีที่สุดที่ฤดู 2013/14 ด้วยผลงานยิง 14 ประตูกับ 15 แอสซิสต์

ก่อนออกตัวในเยอรมนี ฟาฟร์ออกโรงเตือนอาซาร์ว่าเขายังจำเป็นต้องทำงานมาก ฤดูแรกในถิ่นโบรุสเซียพาร์ค อาซาร์ได้ช่องลงเล่นเป็นตัวจริงเพียงแค่ 7 ครั้ง และก็ลงเป็นตัวสำรอง 21 ครั้ง แม้กระนั้นการยิง 3 ประตูจาก 9 เกมในยูโรปาลีกก็เป็นสิ่งพิสูจน์ให้มีความคิดเห็นว่ากลุ่มราชสีห์ชายหนุ่มนั้นมีเพชรเม็ดสวยอยู่ในมือ รวมทั้งมักซ์ เอเบิร์ล สปอร์ตติ้ง ไดเร็คเตอร์ของกลัดบัคก็จัดแจงคว้าตัวเขาอย่างมาร่วมทีมแบบถาวรได้เสร็จในกุมภาพันธ์ปี 2015

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาลำแข้งดาวรุ่งรายนี้ก็โชว์ฟอร์มดีวันดีคืน ยิงรวมไป 6 ประตูในช่วงฤดูกาล 2015/16 ในปีถัดมาเขายิงได้มากขึ้นเป็น 11 ประตู รวมทั้งในช่วงฤดูกาลก่อนหน้านี้ก็ยิงไป 10 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของฤดูนั้น มีการเก็บสถิติว่าอาซาร์เป็นนักฟุตบอลกลัดบัคคนแรกที่มีส่วนสำหรับเพื่อการทำคะแนนโดยตรงถึง 9 ครั้งติดต่อกัน ก็เลยไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะอะไรเขาจึงติดทีมชาติประเทศเบลเยี่ยม 23 คนในที่สุดไปฝ่าศึกบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ซึ่งอาซาร์กล่าวก่อนไปออกศึกบอลโลกว่า “สถานะในสมาพันธ์ของผมแปรไป ผมโชว์ฟอร์มได้ดิบได้ดีรวมทั้งสบโอกาสลงเล่นตลอดทั้งฤดู ปัจจุบันนี้ผมเล่นอยู่ในลีกที่สุดยอดกับกลุ่มเก่งที่ได้แข่งขันในแชมเปียนส์ลีกรวมทั้งยูโรปาลีก รวมทั้งยังได้เล่นกลุ่มชาติอีกด้วย ถ้าหากคุณได้ลิ้มรสมันแล้ว คุณก็ต้องการจะได้ลุยต่อไป”

ข้างหลังได้ลงเล่นถึง 2 นัดหมายช่วยทีมชาติประเทศเบลเยี่ยมคว้าอันดับ 3 ในบอลโลกที่รัสเซียมาได้ ดูราวกับว่าอาซาร์จะเปลี่ยนเป็นดาวดังของกลุ่มชาติที่ทำชั้นเปรียบเทียบกับกลุ่มชาติประเทศฝรั่งเศสได้แล้ว

สองญาติอาซาร์มีชื่อเป็นผู้ที่ทำประตูในเกมบอลโลกรอบเลือกที่กระหน่ำไซปรัสไป 4-0 ประตูในตุลาคมปี 2017 แล้วก็ทั้งสองก็ทำได้อีกรอบในเกมกระชับมิตรกับสกอตแลนด์เมื่อก.ย.ก่อนหน้านี้ ซึ่งอาซาร์ผู้น้องเป็นคนยิงนำก่อนที่พี่ชายทำประตูต่อมา

เกิดเรื่องยากที่ตอร์กานจะโชว์ฟอร์มไล่ตามอาซาร์ผู้พี่ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นเยี่ยมที่สุดอันดับ 7 ของโลกในปี 2018 แต่ว่าในช่วงฤดูกาลนี้ ตอร์กานโชว์ฟอร์มเร่าร้อนได้อย่างน่าทึ่ง อีกทั้งยิงทั้งจ่ายให้กลัดบัคไปแล้ว 14 ลูกเวลาที่เอแดนผู้พี่ทำเป็นเพียงแค่ 11 ลูกแค่นั้น

นับว่าเป็นข่าวดีของกลุ่มราชสีห์ชายหนุ่มที่พวกเขาสามารถรั้งตัวสตาร์รายนี้เอาไว้ได้ในตอนเปิดตลาดนักฟุตบอลก่อนหน้านี้ “ตอร์กานปรับปรุงฝีเท้าไปได้ไกลมากในปีที่ล่วงเลยไป พวกเราไม่ได้อยากต้องการเสียเขาไป มันเป็นความรู้สึกที่ดีทีเดียว” ดีเทอร์ เฮ็คคิง เฮ้ดผู้ฝึกสอนกลุ่มราชสีห์ชายหนุ่มกล่าว แล้วก็อาซาร์ผู้ไม่เคยพลาดลงเล่นแม้แต่นัดหมายเดียวในเกมลีกฤดูที่แล้วก็ยังคงรักษาฟอร์มให้สม่ำเสมอถัดไป

“มันเป็นฤดูที่สุดยอดสำหรับผม แต่ว่าก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ผมยังทำได้ไม่ดี ผมกำลังเพียรพยายามปรับปรุงอยู่” ปีกวัย 25 ปีกล่าวไว้ก่อนเริ่มฤดู

ในขณะนี้อะไรก็ดูเหมือนเข้าที่เข้าทางไปหมด อาซาร์เป็นเฟืองชิ้นสำคัญที่พากลัดบัคทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 2 ในบุนเดสลีกาอยู่เดี๋ยวนี้ แล้วก็คงจะไม่พ้นที่เขาจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับม้าร์ผู้พี่ แม้กระนั้นที่แน่นอนในขณะนี้เขาก็พิสูจน์ได้แล้วว่า… มิได้อยู่ภายใต้เงาของพี่ชายอีกต่อไป

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สมัคร UFABET  ,  สูตรแทงบอล 

3 จุดสำคัญของ ลิเวอร์พูล เพื่อการลุ้นแชมป์ลีก

พลาดไม่ได้! 3 จุดสำคัญของ ลิเวอร์พูล เพื่อการลุ้นแชมป์ลีก

เว็บ UFABET ฤดู 2018-19 นับเป็นฤดูที่แฟนบอล หงส์แดง ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แฮปปี้กันมากๆในตอนต้นฤดู

ภายหลังที่ทีมรักของพวกเขาเปิดตัวได้สวยงาม จวบจนตอนนี้เป็นอันดับสองของลีก ด้วยผลงาน 30 แต้ม จากการลงเล่น 12 นัด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงแต่ 2 คะแนนเพียงแค่นั้น

จากการออกสตาร์ตได้ดีที่สุดอย่างนี้ ทำให้มันคือเรื่องปกติที่ “เดอะ ค็อป” หลายๆคนจะคาดหวังว่าทีมจะได้แชมป์ลีกในฤดูกาลนี้มาครอบครองได้ จนกระทั่งทำให้การรอที่ช้านานสิ้นสุดลงสักที ภายหลังที่ หงส์แดง ไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์ลีกอีกเลยนับจากฤดูที่ 1989-90

แน่นอนว่าหนึ่งในสิ่งสำคัญต่อการลุ้นแชมป์ของ หงส์แดง เป็นการให้คู่ปรับทีมอื่นๆเสียท่าเอง แต่ว่าอีกด้านหนึ่ง หงส์แดง ก็จำต้องทำผลงานของพวกเขาให้ดีเองด้วย ซึ่งมันก็มีสาระสำคัญบางสิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอล “ลิเวอร์พูล” จำเป็นต้องทำให้ได้ เพื่อจะทำให้ทีมมีลุ้นแชมป์แบบสุดกำลัง


ยกระดับฟอร์มของเซนเตอร์แบ็กคนอื่น

การเสียประตูในลีกไปเพียงแต่ 5 ลูก นับว่าเป็นหนึ่งในจุดหลักที่ทำให้ หงส์แดง เก็บคะแนนได้มากในตอนต้นฤดูนี้ โดยพวกเขานับว่าเป็นทีมที่เสียประตูต่ำที่สุดในลีก ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

บางบุคคลเห็นว่าการที่ หงส์แดง เสียประตูน้อย เป็นเพราะเหตุว่าการเข้ามาของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้เฝ้าประตูชาวบราซิเลียน แต่ว่าปัจจัยหลักที่แท้จริงเป็นคู่เซนเตอร์แบ็กระหว่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ แล้วก็ โจ โกเมซ ต่างหาก โดยการยืนคู่กันของทั้งคู่คนทำให้เกมรับของ หงส์แดง แกร่งดุจหินผาเลย

อย่างไรก็ดี ในทางตรงกันข้าม เซนเตอร์แบ็กคนอื่นๆกลับยังไม่สามารถที่จะฝากผีฝากไข้ได้มากนัก ไม่ว่าจะเป็น โฌแอล มาติป รวมทั้ง เดยัน ลอฟเรน นั่นถือว่าถ้า ฟาน ไดค์ และก็ โกเมซ ได้รับบาดเจ็บสักคน มันก็อาจจะมีผลกระทบกับ หงส์แดง ได้ในทันที ทำให้ คล็อปป์ ควรต้องยกระดับมาตรการฐานการเล่นของเซนเตอร์แบ็กคนอื่นให้ได้ ถ้าหากหวังที่จะเป็นแชมป์ลีก


ทำให้ ฟาบินโญ่ โชว์ฟอร์มเก่งให้ได้

ก่อนหน้าที่ฤดูนี้จะเริ่มขึ้น หงส์แดง ได้รับคำกล่าวชมเชยอย่างมากที่ทำการเสริมกองทัพได้ดิบได้ดี โดยหนึ่งในผู้ที่พวกเขาคว้ามาร่วมทัพเป็น ฟาบินโญ่ มิดฟิลด์จาก อาแอส โมนาโก ซึ่ง คล็อปป์ เห็นว่ากองกลางชาวบราสิเลียนจะมีผลให้ดินแดนกึ่งกลางของทีมเหนียวแน่นขึ้นได้

โชคร้ายที่การเริ่มต้นชีวิตในเมืองผู้ดีของ ฟาบินโญ่ ไม่เป็นไปตามที่เขาหวัง โดยเวลานี้หน้าแข้งวัย 25 ปี เพิ่งจะได้ลงเล่นในลีกไปเพียงแค่ 4 นัดหมายแค่นั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ยังโชว์ฟอร์มให้ราวกับตอนยุคเล่นให้ โมนาโก มิได้

ฟาบินโญ่ มีคุณลักษณะเด่นหลายด้าน ประเด็นนี้หลายท่านรู้กันดีอยู่แล้ว สิ่งที่จำเป็นก็คือวิธีการทำให้เขาโชว์สมรรถนะด้านนั้นออกมาให้ได้ ซึ่งหากทำสำเร็จแล้วล่ะก็ เขาก็จะเป็นกำลังสำคัญให้กลุ่มได้เสมือนที่ คล็อปป์ คิดแผนเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูแน่ๆ


โรเตชั่นให้เหมาะสม

ไม่มีผู้ใดไม่ยอมรับว่าแนวรุกชุดเดี๋ยวนี้ของ หงส์แดง เป็นเลิศในแนวรุกที่ดีเยี่ยมที่สุดของทวีปยุโรป ทั้งยัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ รวมทั้ง ซาดิโอ มาเน่ ต่างก็เป็น 3 ตัวจริงที่พร้อมกระหน่ำประตูคู่ปรับตลอดเวลา แถมพวกเขายังมี เซอร์ดาน ชากิรี่ เป็นตัวเลือกที่พร้อมช่วยกลุ่มอยู่เสมออีก ส่วนแผงกึ่งกลางก็มีหน้าแข้งดีๆให้ใช้งานมากมายพอใช้

อย่างไรก็ดี นักเตะก็เป็นคนเดินดินๆคนหนึ่ง หรือก็คือมันเกิดเรื่องยากมากมายที่พวกเขาจะลงเล่นทุกเกมได้ ซึ่งนั่นทำให้จะมีการโรเตชั่นขึ้น เรื่องสำคัญสำหรับเพื่อการโรเตชั่นก็เป็นจำเป็นต้องรู้เรื่องว่าเกมไหนน่าจะพักลำแข้งใคร หรือนัดหมายไหนที่ควรที่จะใช้งานคนไหน

ฤดูที่แล้ว คล็อปป์ อาจจะอ้างได้ว่าไม่มีขุมกำลังขนาดใหญ่มากสักเท่าไรนัก แต่ว่าฤดูกาลนี้เขามีตัวเลือกเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้ว ด้วยเหตุนั้นการตัดสินใจโรเตชั่นให้สมควรก็เลยเป็นจุดที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเยอรมันจำเป็นต้องทำให้ได้ เพื่อที่เหล่าสาวก หงส์แดง จะได้สังสรรค์กันสักครั้ง

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

5 เหตุผลที่ทำไมแฟนบอลทั่วโลกถึงหลงไหล เอ็นโกโล่

5 เหตุผลที่แฟนบอลหลงใหล เอ็นโกโล่ ก็องเต้

เว็บ UFABET กองกลางชาวเมืองน้ำหอม

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์คนเก่งของ เชลซี ได้รับคำชื่นชมว่า นอกจากเป็นนักฟุตบอลที่เล่นได้ยอดเยี่ยมในสนามแล้วนั้น นอกสนามยังเป็นหวานใจของแแฟนบอลอีกด้วย

กองกลางทีมชาติประเทศฝรั่งเศส เป็นคนติดดิน, นอบน้อม, เข้าถึงได้ง่าย แล้วก็มีความเป็นกันเองไม่ใช่เฉพาะกับแฟนบอลของ “สิงห์บลูส์” แค่นั้น

และก็นี่เป็น 5 สถานะการณ์น่าประทับใจของ ก็องเต้ แล้วก็เป็นเหตุผลที่ชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่น่าเคารพจริงๆ


1. ไม่คิดเลี่ยงภาษี

ภายหลังทำผลงานได้ดีเยี่ยมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงฤดูกาล 2015-16 ก็องเต้ ก็ได้ย้ายมาอยู่กับ เชลซี พร้อมทั้งรับค่าแรงอาทิตย์ละ 120,000 ปอนด์ (ราว 5.16 ล้านบาท)

ก่อนที่จะ ก็องเต้ จะย้ายทีมนั้น ได้มีบริษัท เอ็นเค โปรโมชั่นส์ ในเจอร์ซีย์ เกาะแห่งหนึ่งในดินแดนอาณานิคมปกครองตัวเองของสหราชอาณาจักร ขอเอาค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ครึ่งเดียวของเขาไปอยู่ตรงนั้น รวมทั้งจะมีผลให้ ก็องเต้ เสียภาษีอากรน้อยกว่าความเป็นจริง โดยนักฟุตบอลหลายๆคนเลี่ยงภาษีด้วยวิธีนี้

อย่างไรก็แล้วแต่ ก็องเต้ ไม่ยอมรับที่จะใช้แผนนั้น โดยขอรับค่าจ้างตามธรรมดา ไม่คิดใช้แนวทางซอกแซกเพื่อเสียภาษีอากรลดน้อยลงเลย


2. เขินที่จะยกถ้วยแชมป์โลก

ก็องเต้ เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยทำให้ทีมชาติประเทศฝรั่งเศส ผงาดคว้าชัยชนะบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

ในขณะที่กองทัพ “เลส์ เบลอส์” กำลังสังสรรค์แชมป์อย่างสนุกอยู่นั้น ก็องเต้ กลับรู้สึกขวยเขินที่จะยกถ้วยให้ช่างถ่ายภาพถ่าย กระทั่ง สตีเว่น เอ็นซองซี่ จำต้องเอาถ้วยมาให้ ก็องเต้ ที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังเพื่อนๆและก็เกลี้ยกล่อมจนกระทั่งเจ้าตัวยอมแอ็กท่าถ่ายภาพในที่สุด


3. ขับขี่รถมินิคันจิ๋ว

ถึงแม้ ก็องเต้ จะมีทั้งกิตติศัพท์แล้วก็ทรัพย์สิน แต่ว่าเขายังคงขับขี่รถมินิ คันจิ๋ว ไม่ใช่ซูเปอร์คาร์สุดหรูเสมือนสตาร์ผู้อื่น

สำหรับรถยนต์มินิคันดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเป็นรถยนต์มือสองด้วย โดยเจ้าตัวซื้อในระหว่างที่ย้ายมาเล่นในอังกฤษใหม่ๆกับ เลสเตอร์ ซิตี้


4. เป็นมิตรกับแฟนบอลรวมถึงทีมคู่ต่อสู้

ก็องเต้ เคยไปทานข้าวที่บ้านของแฟนบอล อาร์เซน่อล สโมสรคู่แข่งของ เชลซี แถมพวกเขายังนั่งพักผ่อนเล่นวิดีโอเกมกันอย่างสนุกอีกด้วย

ก็องเต้ ตกรถไฟหลังเกมที่ต้นสังกัดเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อน คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 4-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ก.ย. ก่อนหน้าที่ผ่านมา เนื่องจากว่าไปถึงสถานีไม่ทัน

พอขึ้นรถไฟไม่ทันแล้วนั้น ก็องเต้ ก็ตัดสินใจจะไปประกอบพิธีละหมาดในห้องประกอบพิธีของสถานี คิงส์ ครอส ซึ่งตรงนั้นเขาได้พบกับแฟนบอลหลายท่าน แล้วก็จากนั้น บาดลูร์ ราห์มัน จาลิล ชายคนหนึ่งที่เป็นกองเชียร์ อาร์เซน่อล ก็ชักชวนเขาไปทานข้าวที่บ้าน

ก็องเต้ ตอบตกลง รวมทั้งได้ทานข้าวแกงกะหรี่ไก่ที่บ้านของแฟนบอลรายดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว รวมทั้งได้นั่งพักผ่อนเล่นวิดีโอเกม รวมทั้งได้ดูโทรทัศน์ร่วมกับ จาลิล และก็ครอบครัวของ จาลิล ด้วย


5. ตัวเล็กแต่ว่าใจใหญ่

ถึงมีรูปร่างเล็ก แต่ว่า ก็องเต้ สามารถสู้กับนักฟุตบอลทุกคนในโลกได้อย่างสบาย แล้วก็เพื่อนฝูงร่วมทีมทุกคนอุ่นใจได้เมื่อมีเขาอยู่ในทีม

เอแด็น อาซาร์ สตาร์ เชลซี เห็นด้วยว่า ก็องเต้ เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก รวมทั้งเป็นผู้ที่ทำให้ตนเองทำประตูได้มากมาย

ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมชาติประเทศฝรั่งเศส ก็ชมเชย ก็องเต้ เหมือนกัน โดย แบลส มาตุยดี้ เขียนเพลงชมหลังเกมที่ “ตราไก่” ชนะ อาร์เจนตินา 4-3 ในบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้ายว่า “เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เขาตัวเล็ก แต่ว่าก็หยุด ลิโอเนล เมสซี่ ได้”

ในขณะที่ ก็องเต้ ปฎิเสธที่จะรับคำชมแต่เพียงผู้เดียว โดยตอบกลับว่า “ไม่ ไม่ ไม่ เราทำร่วมกันในฐานะทีม”

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

 

post

11 ขุนพลหลักทัพช้างศึก ” U23 ของ กามา “

ซูซูกิ คัพ อาจเป็นรายการใหญ่ที่แฟนบอลส่วนใหญ่ให้ความสนใจ

แต่อีกด้านหนึ่งก็น่าสนใจไม่แพ้กันกับทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิกส์ ที่กำลังจะลงแข่งขันรายการ CFA Under-21 (1997) Men’s International Football Friendly Tournament 2018​ ณ เมือง หวานโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 12-20 พฤศจิกายน 2561

นี่คือทัวร์นาเม้นแรกของ อเล็กซานเดอร์ กามา หลังจากเข้ารับตำแหน่งกุนซือช้างศึกชุดนี้เต็มตัวโดยมีคู่แข่งสุดหินทั้งจีน, เม็กซิโก และไอซ์แลนด์ รอดวลแข้งอยู่ ขณะเดียวกันรายชื่อนักเตะทั้ง 23 รายที่ กามา เลือกมาก็ล้วนเต็มไปด้วยแข้งฝีเท้าดี และเล่นอยู่ในลีกสูงสุด ซึ่งด้วยขุมกำลังที่มี และคู่แข่งที่ไม่ธรรมดาน่าสนใจว่า กามา จะวางใครเป็น 11 คนแรกประจำทัวร์นาเม้นนี้บ้าง โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ จึงขอทำการวิเคราะห์ 11 ตัวจริงที่ กามา ในแทคติก 3-4-3 มาให้ได้ดูกัน

ผู้รักษาประตู :

• นนท์ ม่วงงาม

เริ่มที่ตำแหน่งผู้เฝ้าประตูในรายนามทั้งยังสามผู้ที่เรียกมา แน่ๆว่า ความยินดี ม่วงสวยเด่นกว่าอีกทั้งผลงานในลีก แล้วก็กับกลุ่มชาติ เมื่อมีประสบการณ์พาทีมคว้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ในปี 2017 เป็นมือชั้นยอดไปฝ่าชิงชนะเลิศทวีปเอเชีย ทั้งยังยึดมือชั้นยอดของกองทัพช้างศึกU23 แบบถาวร ในขณะที่ผลงานระดับสมาพันธ์หากแม้ไม่บางทีอาจช่วย โปลิศ เทโร เอฟซี รอดชั้นได้เสร็จ แต่ว่าเจ้าตัวยังมีฟอี์มที่แน่นแฟ้น แล้วก็ราคะเองเคยใช้บริการเขามาแล้วเมื่อฤดู 2017 ทำมห้ นันท์ ม่วงสวย คงจะยึดมือชั้นยอดของกลุ่มอย่างแน่นอน


กองหลัง : 

• ชินภัทร์ ลีเอาะ

เดิมทีในเกมทีมชาติ ชินภัทร์ มักรับบทปราการหลังตัวกลาง แต่กับเชียงรายภายใต้การคุมทีมของ กามา เขามักขยับออกไปยืนแนวรับด้านขวา และซ้ายสลับกันไปนั่นทำให้ในชุดลุยสี่เส้ามีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกวางตำแหน่งเหมือนตอนเล่นให้ “กว่างโซ้ง” เพราะกามาเองเชื่อว่าตำแหน่งนี้เรียกศักยภาพของดาวรุ่งวัย 21 ปีออกมาได้มากกว่า

• มาร์โก บัลลินี

 ข้างหลังหลุดจากชุดใหญ่ กาม ไม่รอคอยช้าที่จะเรียกของดีจากจังหวัดชัยนาทเข้ามาร่วมกองทัพด้วย โดยจุดแข็งของเขาอยู่ที่ความสูงใหญ่แน่ๆว่าจะเติมเต็มสิ่งที่นายทัพช้างศึกปรารถนาถึงที่เหมาะไม่ใช่แค่เรื่องเกมรับ แม้กระนั้นยังซัพเพียงพอร์ทแทคติเซ็ทพีชของกามได้ ที่จังหวัดเชียงราย เทรนเนอร์ชาวบราซิลดัน วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ ขึ้นไปกระแทกลูกเซ็ตพีซจนกระทั่งสร้างแรงกดดันใส่คู่ปรับได้ทุกคราว ซึ่งอาจไม่แปลกถ้าเขาจะใช้ความสูง 200 ซม.ของ บัลลีนี มาเพิ่มอันตรายลูกเซ็ตพีชของกลุ่มชุดนี้ด้วย

• ศรายุธ สมพิมพ์

หลังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นให้ชุดใหญ่ บุรีรัมย์ แต่เลกสองที่ถูก แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ยืมตัวไปใช้งานก็ทำให้ ศรายุทธ สมพิมพ์ มีผลงานที่เด่นชัดขึ้น และนำมาสู่การติดทัพช้างศึกปรีโอลิมปิกส์ได้สำเร็จ เขาลงสนามให้ “อินทรีทัพฟ้า” ต่อเนื่องพร้อมสวมปลอกแขนกัปตันทีมคนใหม่ และเล่นได้อย่างแข็งแกร่งเข้าปะทะดุดันดังนั้นตำแหน่งแผงหลังคนสุดท้ายเขาน่าจะไม่หลุดโผแน่นอน


กองกลาง :

จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์

ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ จักรกฤษณ์ ต้องหลุดโผจากทีมชุดเอเชียนเกมส์ ก่อนจะกลับมามีชื่ออีกครั้งภายใต้การนำของ กามา สำหรับ จักรกฤษณ์ ลงสนามอย่างต่อเนื่องให้ เอฟซี โตเกียว ด้วยสปีดบอลแบบญี่ปุ่นที่เขาคุ้นเคยรวมถึงทักษะเฉพาะตัวน่าจะทำให้ กามา วางเขาในตำแหน่งวิงแบ็คฝั่งขวาเพื่อเพิ่มมิติเกมรุกให้ทีมมากขึ้น

• อภิสิทธิ์ โสรฎา

ในเชียงราย กามา เลือกใช้งาน สุริยา สิงห์มุ้ย ที่มีความเร็ว และโดดเด่นเรื่องการเติมเกมริมเส้นลงประจำการวิงแบ็คกราบซ้ายด้วยสไตล์แทคติกดังกล่าวแบ็คซ้ายของ บีจี เอฟซี รายนี้ก็น่าจะมีความเหมาะสมไม่น้อยที่จะตอบโจทย์ของ กามา เพราะมีทั้งความเร็วคล่องตัวที่สำคัญเขาเคยเล่นตำแหน่งเดียวกันให้กับ “เดอะ บลูแมชชีน” มาแล้ว ซึ่งก็น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวอะไรมาก

• รัตนากร ใหม่คามิ

หลายครั้งที่เราต้องเห็น รัตนากร ใหม่คามิ ถูกจับไปเล่นแบ็คขวาในนามทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ด้วยความที่ไม่ใช่ตำแหน่งธรรมชาติทำให้เขามีผลงานที่ไม่ดีนัก และถูกวิจารณ์บ่อยครั้ง แต่ในยุคกามา เราน่าจะได้เห็นเขาขยับขึ้นมายืนตำแหน่งที่ถนัดอย่างกองกลางตัวรับ ซึ่งเคยทำได้ดีมาตลอดในทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และน่าจะได้ออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรกในตำแหน่งนี้

• วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ

หากมองรายชื่อแผงมิดฟิลด์ทั้งหมดคงไม่มีกองกลาตัวทำเกมคนไหนจะโดดเด่นไปกว่าดาวเตะจาก ชลบรี เอฟซี อีกแล้ว ฤดูกาล 2018 วรชิต มีปีที่ยอดเยี่ยมเขาเปลี่ยนจากดาวรุ่งกลายเป็นแข้งคนสำคัญของ “ฉลามชล” ที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในทีม

12 ประตูจาก 34 เกม และแอสซิสต์อีก 5 ครั้ง เป็นผลงานที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาน่าจะไม่หลุดโผ 11 ตัวจริงของ กามา ในรายการนี้


กองหน้า : 

• เอกนิษฐ์ ปัญญา

อีกหนึ่งดาวรุ่งที่มีผลงานน่าประทับใจใปีที่ผ่านมาจริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้เขามีความทรงจำที่ไม่ดีนักในทีมชุดเอเชียนเกมส์ แต่ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่จะทำให้พัฒนาขึ้น ขณะเดียวกันผลงานในลีกก็ยากที่ กามา จะปฏิเสธดึงเขามาร่วมทัพด้วยเมื่อเป็นนักเตะคนสำคัญพา เชียงใหม่ เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แม้ตำแหน่งถนัดจะเป็นตัวปั้นเกมหลังกองหน้า แต่เขาก็สามารถฉีกออกมาั้นเกมด้านข้างที่น่จะทำให้มีพื้นที่ยึด 11 คนแรกมากขึ้น

• สรวิทย์ พานทอง

เรียกได้ว่าเป็นกองหน้าที่มีความแข็งแกร่งไม่น้อยสำหรับหัวหอกจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ฤดูกาลนี้ลงสนามไป 15 นัด และถึงแม้จะยิงประตูไม่ได้ แต่เขาเป็นตัวซัพพอร์ทชั้นดีในแนวรุก สรวิทย์ พาบอลไปกับตัวได้ดีมีลูกเบียดลูกชนที่จะช่วยเพิ่มเขี้ยวเล็บให้ช้างศึกชุดนี้ได้ และน่าจะทำให้เขามีโอกาสสูงในบทบาท 11 คนแรกของกามา

• กรวิชญ์ ทะสา

หากนึกถึงกองหน้าดาวรุ่งที่กำลังมาแรงที่สุดคงไม่พ้นเจ้าของฉายา “ธีรศิลป์สอง” อย่าง กรวิชญ์ ทะสา แน่นอน เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาเปรียบเสมือนปีที่ทำให้เจ้าตัวกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง

หลังทำผลงานได้ดีกับ บางกอก เอฟซี ส่งผลให้ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งานในเลกสอง ก่อนจะซัดไป 4 ประตูใน 8 เกม และที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือผลงานในทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่เจ้าตัวทำได้ยอดเยี่ยม ด้วยผลงานที่ผ่านมาก็โอกสเยอะทีเดียวที่ กามา จะส่งเขาลงเป็นกองหน้าตัวเป้าในรายการนี้

Powered by UFABET


post

11 แข้งฝีเท้าดีที่ค่าตัวไม่ถึง 1 ล้านปอนด์ ใน FM2019

คุณกำลังคุมทีมอยู่ในลีกล่างที่กระเป๋าเงินของเจ้าของทีมแทบจะไหม้หมดจนแทบจะไม่เหลือเงินให้ช็อปแล้วใช่ไหม? การเสริมทีม จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปถ้าคุณลองซื้อนักเตะราคาประหยัดเหล่านี้

การหาผู้เล่นที่มีค่าตัวต่ำลงมากยิ่งกว่า ล้านปอนด์เป็นอะไรที่ยากไปกันใหญ่ในFootball Manager 2019 จำต้องขอบพระคุณตลาดจำหน่ายและก็ค่าจ้างที่เฟ้อขึ้นทุกๆปี
แต่ว่าคุณไม่ต้องเศร้าใจไปเนื่องจากว่าพวกเราได้เสาะหาเหล่านักฟุตบอลแทบโหลหนึ่งที่แพงไม่ถึง ล้านปอนด์และก็เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพมาเพื่อเติมเต็มส่วนที่เป็นช่องโหว่ในกลุ่มของคุณ แต่ว่าจะต้องขอบอกก่อนว่าบางครั้งก็อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถดึงไปเล่นในระดับแชมเปี้ยนชิพได้น่าฟังด้วยเหตุเรื่องค่าแรงที่ไม่น่าสนใจ แต่ว่าก็มีนักเตะหลายคนที่เหมาะสมกับการดึงเข้ามาเป็นนักฟุตบอลโรเตชั่นในกลุ่มระดับบนได้เช่นเดียวกันเนื่องจากประสิทธิภาพของพวกเขานั้นสวนกับราคา

DANIELE BONERA (VILLARREAL, ค่าฉีกสัญญา £500,000)

อดีตกาลนักฟุตบอลกลุ่มชาติ อิตาลี อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอายุที่สูงถึง 37 ปี แต่ว่าเขาก็ยังไม่หมดไฟ ด้วยราคาเพียงแค่ครึ่งล้าน เขาจะมีคุณประโยชน์บนม้านั่งสำรองของกลุ่มคุณไปหนึ่งฤดู
เขามีค่าพลังด้าน mental ที่ดีเยี่ยมสำหรับเพื่อการเป็นกองข้างหลังตัวกลาง ดังนี้ความเร็วและก็ความอึดก็ไม่ห่วยเหลือเกินสำหรับเพื่อการเป็นตัวสำรองด้วยเหมือนกัน เขาจะเหมาะสมกับการลงมาปิดเกมช่วงท้ายเกมที่จำเป็นต้องตามติดแน่นหนารวมทั้งลงไปรับลึกเนื่องจากว่าลูกในอากาศการตามติดแล้วก็การเข้าบอล เป็นข้อดีของเขา


Christian Santos (Deportivo La Coruna, ค่าฉีกสัญญา £275,000)

ซานโตส พึ่งจะย้ายไปร่วมกลุ่ม เดปอร์ฺ อย่างไร้ค่าตอบแทนจาก ลาเบส ตั้งแต่ที่คุณสร้างเซฟเริ่มเกมขึ้นมาใหม่โดยมีค่าฉีกคำมั่นสัญญาเพียง 275,000 ปอนด์เท่านั้นเอง เขาเหมาะสมกับการเล่นทั้งยังขอบเส้นและก็กองหน้าตัวกลางเนื่องจากแข้งกรุ๊ปชาติเวเนซูเอล่า มีค่าพลังที่ค่อนข้างจะครอบคลุมครบบริบรูณ์กับทั้งสองตำแหน่ง แถมเขายังโหม่งรุ่งเรืองมากอีกด้วย

เขาแก่แค่เพียง 30 โน่นเป็นเขาจะสามารถเล่นอยู่ในระดับเดิมได้อีก ปีเป็นอย่างต่ำค่าฉีกกติกาของเขาก็ถูกเยอะมาก ซึ่งเหมาะสมกับกรุ๊ปในลีกรองเป็นอย่างยิ่ง


LUCAS PIAZON (CHELSEA, ขึ้นบัญชีขาย £400,000)

เปียชอน เป็นนักฟุตบอลสารพัดประโยชน์ซึ่งสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก เขามีค่าพลังที่มากมายในด้านเกมรุกทำให้เขาเหมาะสมกับอีกทั้งการเล่นตำแหน่งขอบเส้นแล้วก็มิดฟิลด์ตัวรุก

ทางด้านค่าพลังด้าน mental ค่าพลังด้าน วิชั่น, หาช่อง รวมทั้ง ความเฉลียวฉลาด ก็จะมีผลให้เขาเป็นนักฟุตบอลซึ่งสามารถหลอกคู่ปรปักษ์ให้หลงได้ด้วยความเร็ว ผู้ใดก็ได้พาเขาออกมาจากเชลซีเพื่ออนาคตที่แจ่มใสเสียรู้


JILOAN HAMAD (HAMMARBY IF)  

ภายหลังจากได้เกาท์มาอย่างมากมาย พวกเราก็ได้พบกับ ฮามาด ที่คุณสามารถซื้อเขาด้วยเงินไม่ถึง ล้านปอนด์ ปีกสวีดิคนนี้สามารถเล่นได้ทั้งยังทางด้านและก็ทางขวาทั้งเขายังมีค่าพลังด้านเกมรุกที่ครบถ้วนบริบูรณ์อีกด้วย

สำหรับกลุ่มที่จำเป็นต้องกรำศึกหนัก การมีตัวรุกที่เล่นได้ถึง ตำแหน่งจะมีประโยชน์เป็นอย่างมากรวมทั้งสามารถทำให้ท่านโรเตชั่แม่น้ำได้โดยไม่ลดประสิทธิภาพของกลุ่มลง


MANU MORLANES (VILLARREAL, ค่าฉีกสัญญา £750,000)

พวกเราได้เสนอแนะเขาไปแล้วใน ลิสท์รวมนักฟุตบอลค่าฉีกข้อตกลงสุดคุ้ม มอร์ลาเนสเป็นดาวรุ่งอายุ 19 ปี ที่จะปรับปรุงขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลมิดฟิลด์ที่ดีในอนาคต

นอกจากจุดด้วยที่มีลักษณะอาการเจ็บบ่อยมากในสมัยก่อนแล้ว ดาวรุ่งชาวประเทศสเปนมีค่าพลังด้านความสามารถที่สุดยอดและก็สะดุดตาในด้านการตัดบอลซึ่งทำให้เขาทำเป็นดีกับหน้าที่โฮลดิ้งกึ่งกลางสนาม ความสามารถด้านร่างกายของเขาค่อนข้างจะห่วยแตก แม้กระนั้นเขาจะทำเป็นดีในกลุ่มที่ย้ำการครอบครองบอลบุกเป็นหลัก


CURTIS NELSON (OXFORD)

แม้ว่าจะเล่นอยู่ในลีกวันกับ อ็อกฟอร์ด แต่ว่าฝีเท้าของ เนลสัน ก็เป็นกองข้างหลังที่เก่งเกินกว่านั้นซึ่งเขาจะเป็นดีลที่ดีสำหรับเพื่อการคว้าตัวไปร่วมกลุ่ม

เขาเข้มแข็งอย่างยิ่งในลูกในอากาศ และก็กำลังกายภาพก็ค่าชื่นชอบเกินกว่านักเตะที่อยู่ลีกด้านล่าง ค่าพลังด้าน mental ของเขาก็น่าพึงพอใจอีกทั้ง ความตั้งใจจริงทีมเวิร์กและก็ ความอาจหาญ


BORJA LASSO (SEVILLA, ขึ้นบัญชีขาย £725,000)

ลาโซ่ เป็นนักฟุตบอลสารพัดประโยชน์ที่มีค่าพลังทางด้านความชำนาญอยู่ในระดับที่ถือว่าไม่ดีอีกทั้ง การผ่านบอลจับบอลแรก และก็ วิชั่น ทั้งยังเขายังอายุเพียงแต่ 24เพียงแค่นั้น

ถึงแบบนั้นเขาเป็นนักฟุตบอลที่ค่ากำลังกายภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งความแข็งแกร่งค่อนข้างจะต่ำแล้วก็ความเร็วไม่จัด เพราะว่านั้นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกตำแหน่งเลข 10


TYIAS BROWNING (EVERTON, ขึ้ยบัญชีขาย £750,000)

คุณสามารถคว้าตัวนักเตะสายเลือดสเกาเซอร์คนนี้ด้วยราคาและค่าเหนื่อยอันแสนถูก เขาสามารถเล่นในตำแหน่ง ลิมิเต็ดฟูลแบ็คที่เน้นเกมป้องกันเป็นหลัก หรือ ตำแนห่งถนัดของเขาอย่างกองหลังตัวกลาง

ค่าพลังกายภาพของเขาน่าประทับใจมาก โดยเฉพาะความเร็วและความฟิต แต่ค่าพลังทางด้านทักษะของเขาค่อนข้างต่ำทำให้เหมาะกับทีมในลีกรองมากกว่า


IDRISSA SYLLA (QPR, ขึ้นบัญชีขาย £500,000)

ด้วยค่าพลังการหาช่องรวมทั้งการอ่านเกมที่สูง ทำให้ สิล่า เป็นนักฟุตบอลที่จมูกไวในกรอบจุดโทษ กำลังกายภาพของเขายุ่ในหลักเกณฑ์ปานกลางแต่ว่าก็นานาประการไร้ค่าไหนต่ำ แล้วก็การจบสกอร์แล้วก็ความนิ่งที่ไม่สูงทำให้เขาเหมาะสมกับกลุ่มในระดับลีกรอง

ลำแข้งชาวกินีคนนี้บางครั้งอาจจะมิได้เป็นกองหน้าที่ครบถ้วนบริบูรณ์ แต่ว่าเขาจะเป็นPoacher ที่ดีให้กับกลุ่มคุณได้อย่างแน่แท้


ALBERTO BUENO (PORTO, ขึ้นบัญชีขาย £500,000)

อดีตกาลนักฟุตบอลของ ดาร์บี้ คนนี้สามารถเล่นได้ทั้งยังในตำแหน่งลำดับที่ 10 รวมทั้งกองหน้า Advance Forward เขามีค่าพลังการเลี้ยงบอลจบสกอร์ยิงไกลจับบอลและก็ เคล็ดลับ ที่สุดยอดถ้าเทียบกับค่าตอบแทนของเขา

พลังด้าน mental ของเขาดีแล้วมากมายเหมือนกันในด้านประดิษฐ์เกม รวมทั้งถึงแม้ว่าความอึดเขาจะห่วยแตก แต่ว่าเขาก็เหมาะสมกับการอยู่บนม้านั่งสำรองของคุณเพื่อลงมาแปลงเกม แต่ว่ากลุ่มในลีกรองบางทีก็อาจจะตรากตรำสำหรับการคว้าตัวของเขามาเนื่องจากว่าค่าแรงงานที่สูง


TYLER BLACKETT (READING, ขึ้นบัญชีขาย £825,000)

ค่าพลังด้าน mental ของ กางล็คเก็ท ค่อนข้างจะต่ำแม้กระนั้นดก็ตอบแทนด้วยกำลังกายภาพและก็การเล่นลูกในอากาศ ทั้งยังเขายังมีความเร็วให้แก้ตัวแม้ทำผิดพลาดขึ้นมาในเกมรับ

สมัยก่อนหน้าแข้ง แมนฯยูไนเต็ด สามารถโยกไปเล่นแบ็คได้ด้วยแต่ว่าด้วยค่าพลังเกมบุกที่ต่ำของเขาพวกเราเสนอแนะให้โยกไปเวลาที่อยากได้ปิดเกมจะดียิ่งกว่า


LUCIANO NARSINGH (SWANSEA, ขึ้นบัญชีขาย £400,000)

ถึงแม้ค่าตอบแทนของเขาจะออกจะสูง แม้กระนั้นความเร็วรวมทั้งความชำนาญการเลี้ยงบอลของเขาก็ทำให้คุ้มที่จะจ่าย ลำแข้งชาวฮอลันดารายนี้เป็นนักฟุตบอลสไตล์ตัวจี๊ดซึ่งสามารถลากเลื้อยผ่านแนวยอมรับได้ด้วยวิธี แล้วก็จะเหมาะสมกับกลุ่มที่เล่นในสไตล์สวนกลับ หรือบางทีอาจจะปรารถนานักฟุตบอลผู้เล่นสำรองที่ลงมาแปลงเกมในตอนที่แนวรับฝั่งตรงข้ามไม่มีแรง

ค่าพลังด้าน mental ของเขาออกจะต่ำ แต่ว่าความเร็วจะชดเชยในส่วนนั้น เขาเป็นนักฟุตบอลที่ติดกลุ่มชาติกังหันลมมาแล้ว 16 เกม แล้วก็ยังเคยได้แชมป์ เอเรดีวีซี มาแล้วสองครั้งร่วมกัน

Powered by UFABET


post

10 จอมสังหารลูกนิ่งที่แม่นยำที่สุดจาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรป ณ เวลานี้

 

แฟนๆลูกหนังชอบเห็นการทำประตูจากลูกฟรีคิกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงที่โค้งเสียบมุมสามเหลี่ยม หรือลูกยิงแบบทรงพลังเน้นความแรงเข้าว่า ก็ทำให้คนที่ดูอยู่ขนลุกไม่น้อยเลย

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยุโรปได้สร้างนักเตะที่เชี่ยวชาญลูกตั้งเตะมามากมาย ทั้งเดวิด เบ็คแฮม, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, จูนินโญ่ หรือ โรแบร์โต้ คาร์ลอส และนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่แฟนมักจะมีความเห็นไม่ตรงกันซักที ก็คือใครกันคือจอมสังหารลูกนิ่งที่ดีที่สุดในยุโรป?

โดยธรรมชาติแล้ว ผู้เล่นที่ได้รับหน้าที่จัดการกับลูกตั้งเตะมักจะมีโอกาสในการทำประตูมากกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น ลีโอเนล เมสซี่ กับ 13 ประตูจากลูกฟรีคิก ซึ่งมากกว่าใครใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ตั้งแต่ปี 2015 แต่ขณะเดียวกันซุปตาร์จากบาร์เซโลน่าก็ใช้โอกาสไปมากถึง 134 ครั้งเลยทีเดียว

แล้วผู้เล่นคนไหนล่ะที่มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูจากลูกฟรีคิกที่ดีที่สุดจาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015 ขอเชิญทุกท่านอ่านต่อได้เลย

10. ซิโมเน่ แวร์ดี้ (นาโปลี)

• ยิงฟรีคิก: 44

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 11%

ซิโมเน่ แวร์ดี้ อาจจะยังไม่ยิงประตูจากลูกนิ่งเลยนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับนาโปลีในซัมเมอร์นี้ แต่ดาวเตะทีมชาติอิตาลีก็ทำได้ดีพอสมควรกับการยิงประตูแบบนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งเขายังเคยยิงฟรีคิกด้วยเท้าที่ต่างกันและก็เป็นประตูทั้งสองลูกในเกมเดียวอีกด้วย!


9. เนย์มาร์ (เปแอชเช)

• ยิงฟรีคิก: 44

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 11%

เนย์มาร์พยายามจะก้าวขึ้นไปเป็นนักฟุตบอลเบอร์หนึ่งของโลก เหนือลิโอเนล เมสซี่ รวมทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้ได้ แต่ว่าอัตราความเที่ยงตรงจากลูกนิ่ง 11 เปอร์เซนต์ก็มิได้ช่วยทำให้ดาวเตะแซมบ้าก้าวขึ้นไปอยู่จุดนั้นได้


8.เฟเดริโก้ วิเวียนี (สปาล)

• ยิงฟรีคิก: 38
• เป็นประตู: 5
• โอกาสสำเร็จ: 13%

แม้ว่าจะมิได้เป็นกองกึ่งกลางตัวรุกทั่วๆไป แต่ว่าดาวเตะคนใหม่ของสปาลอย่าง เฟเดริเก๋วิเวียนี ก็พิสูจน์ว่าลูกนิ่งของเขาอันตรายเท่าใด โดยยิงได้ ลูก จากความมานะบากบั่น38 ครั้งในเซเรีย อา ทั้งยังในยุคที่อยู่เวโรน่าโบโลญญ่า และก็ สปาในช่วงเวลานี้ด้วย



7. มิราเล็ม ปานิช (ยูเวนตุส)

• ยิงฟรีคิก: 59

• เป็นประตู: 8

• โอกาสสำเร็จ: 14%

มีเพียงเมสซี่เพียงแค่นั้นที่ทำประตูจากลูกฟรีคิกมากยิ่งกว่าเขา นับจากเดือนสิงหาคมปี2015 โดยหน้าแข้งชาวบอสเนียได้ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับม้าลายในปี 2016 แล้วก็มีค่าความเที่ยงตรงสำหรับการทำคะแนนจากลูกตั้งเตะถึง 14 เปอร์เซนต์อย่างยิ่งจริงๆ


6. นาบีล เฟคีร์ (ลียง)

• ยิงฟรีคิก: 36

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 14%

หนึ่งในผู้เล่นตัวหลักของลียงในช่วงฤดูกาลที่แล้ว เฟคีร์เป็นนักฟุตบอลที่มีฝีเท้าเด่นรอบด้านแล้วก็โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งการเตะลูกหนึ่งของเขาก็อันตรายไม่ได้ต่างอะไรลูกโอเพ่นเพลย์ธรรมดาเลย


5. Marvin Plattenhardt

• ยิงฟรีคิก: 35

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 14%

ในอดีตกาลมีแบ็คซ้ายเยอะมากที่พิสูจน์ว่าลูกตั้งเตะเป็นสิ่งพวกเขาทำเป็นดีไม่ได้แตกต่างจากการเล่นเกมรับเ แล้วก็ แพลตเทฮาร์ดท์ก็ทำเป็นไม่ได้แตกต่างกัน โดยกองหลังจากกลุ่มหญิงสูงอายุทำประตูจากลูกนิ่งไป ประตูจากการเล่น 35 ครั้ง


4. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (บาร์เซโลน่า)

• ยิงฟรีคิก: 26

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 19%

หากแม้ช่องทางการยิงลูกนิ่งของเขาจะลดน้อยลงตั้งแต่แมื่อย้ายจากหงส์แดงมาบาร์เซโลน่าด้วยค่าตอบแทน 146 ล้านปอนด์ ฟิลิปกระเป๋า คูติเตียนนโญ่ก็ยังนักฟุตบอลที่ทำผลงานได้ดิบได้ดี ยามที่กลุ่มไม่มีเมสซี่อยู่ในสนาม โดยเขาทำไป ประตูจากลูกฟรีคิกในตอน ปีที่ล่วงเลยไป แล้วก็เขาพึ่งอายุ 26 เพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ยังได้โอกาสที่จะยิงเพิ่มในอนาคตอันใกล้นี้



3.เปาโล ดีบาล่า (ยูเวนตุส)

• ยิงฟรีคิก: 40

• เป็นประตู: 8

• โอกาสสำเร็จ: 20%

มือสังหารลูกนิ่งประจำกลุ่มม้าลาย โดยนับจากส.ค.ปี 2015 เปาโล ดีบาล่าทำประตูจากลูกฟรีคิก ประตูพอๆกับ ปานิช เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มของเขา รวมทั้งตามหลังเพียงแค่เมสซี่แค่นั้น ซึ่งดาวเตะอาร์เจนไตน์มีค่าเฉลี่ยสำหรับการทำคะแนนจากลูกฟรีคิกที่ดีเลิศเลย


2.อองตวน กรีซมันน์ (แอตฯมาดริด)

• ยิงฟรีคิก: 23

• เป็นประตู: 5

• โอกาสสำเร็จ: 22%

จอมฆ่าลูกนิ่งที่แม่นที่สุดในยุโรปชั้นสอง และไม่ใช่คนไหนกันที่แห่งไหน หน้าแข้งแชมป์โลก อองตวน กรีซมันน์ คนนี้นี่เอง เขาทำคะแนนจากลูกฟรีคิก 5 จาก 23 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นลูกยิงที่เขาทำเป็นตอนอยู่เลกาเนสด้วย



1.เอนิส บาร์ดี้ (เลบานเต้)

• ยิงฟรีคิก: 25

• เป็นประตู: 6

• โอกาสสำเร็จ: 24%

ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงจะค่อนข้างจะฉงนใจเมื่อมองเห็นชื่อของ บาร์ดี้ เป็นจอมฆ่าลูกนิ่งลำดับต้นๆจาก ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ส.ค. ปี 2015 โดยปีกชาวมาสิโดเนีย ทำแต้มจากลูกฟรีคิกไป จาก 25 ครั้งที่เขารับหน้าที่นี้ หากว่าเขาพึ่งจะย้ายมาร่วมทีมค้างคาวน้อยเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วนี่เอง

Powered by UFABET


5 นักเตะดังที่เคยเล่นให้กับแมนเชสเตอร์

ยูฟ่าเบท ดาร์บี้แมตช์แห่งแมนเชสเตอร์กำลังจะเปิดฉากขึ้นย้อนรอย 5 นักเตะ

เว็บ UFABET อีกไม่กี่อึดใจศึกดาร์บี้แมตช์ที่เมืองแมนเชสเตอร์กำลังจะเปิดตัวขึ้น พวกเราไปย้อนมองกันดูว่าในสมัยก่อนมีคนไหนกันบ้างที่เคยเล่นให้กับทั้งสองสโมสรจากแมนเชสเตอร์กันบ้าง

5.คาร์ลอส เตเบซ

กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ถูกแมนฯ ยูไนเต็ด ดึงตัวมาจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในปี 2007 ด้วยสัญญายืมตัว ถึงแม้เขาจะทำผลงานได้เยี่ยม พาทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ยุค แล้วก็ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 ยุค แต่ว่าจนแล้วจนรอดเขาก็ยังมิได้รับข้อตกลงถาวรจากกองทัพปีศาจแดง

จากนั้นในปี 2009 ดาวเตะวัย 34 ปี ตัดสินใจย้ายซบ แมนฯ ซิตี้ คู่แข่งขันร่วมเมือง หลังหมดสัญญาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาใช้เวลา 4 ฤดูในทัพเรือใบสีฟ้าด้วยการยิงไปถึง 73 ประตูจาก 148 เกมทุกรายการ แล้วก็ครองแชมป์พรีเมียร์ได้อีก 1 ครั้ง ในช่วงฤดูกาล 2011-12

 

4.ไบรอัน คิดด์

สมัยก่อนกองหน้าวัย 69 ปี เริ่มอาชีพกิจการค้าหน้าแข้งกับแมนฯ ยูไนเต็ดในปี 1967 ซึ่งเขาใช้เวลา 7 ปี รับใช้สโมสรที่นี้ โดยมีสถิติทำประตู 52 จาก 203 นัดในลีก พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในชุดที่ปีศาจแดงครอบครองแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ในช่วงฤดูกาล 1967-68 ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น

แล้วหลังจากนั้น คิดด์ ย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อล 2 ฤดู ก่อนที่จะไปอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ในปี 1976 ซึ่งตลอด 3 ปีที่อยู่ตรงนี้ เขาทำไป 44 ประตูจาก 98 เกม

นอกเหนือจากเขาจะเคยลงเล่นให้กับทั้งสองสโมสรจากเมืองแมนเชสเตอร์แล้ว ยังรับงานเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาทั้งสองกลุ่มอีกด้วย อีกทั้งการเป็นผู้ช่วยของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ที่ปรึกษาแมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1991-98 ก่อนที่จะย้ายฝั่งมารับงานกับเรือใบสีฟ้าในปี 2009 มีส่วนช่วยกลุ่มบรรลุผลสำเร็จเยอะมาก

 

3.แอนดี้ โคล

อีกหนึ่งกองหน้าผู้เป็นตำนานของแมนฯ ยูไนเต็ด โดยใช้เวลา 6 ปีในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดกระซวกไป 93 ลูก ในลีก พาทีมบรรลุเป้าหมายเยอะมากคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีกได้ถึง 5 ยุค รวมทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีกด 1 ยุค ก่อนที่จะล่ำลากลุ่มไปในปี 2001

จากนั้นอดีตกาลดาวเตะทีมชาติอังกฤษก็เปลี่ยนเป็นนักฟุตบอลจอมเพนจรคนหนึ่งย้ายไปเล่นให้หลายสโมสรในลีกสูงสุด โดยหนึ่งในนั้นเป็นทีมคู่แข่งร่วมเมืองอย่างแมนฯ ซิตี้ช่วงระยะสั้นๆในช่วงฤดูกาล 2005-06 และก็เปลี่ยนเป็นผู้ครอบครองสถิติทำประตูมากมายที่สุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ด้วยปริมาณ 187 ประตู เป็นรองเพียงแค่ อลัน เชียเรอร์ และก็เวย์น รูนีย์

 

2.ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล

อดีตกาลนายประตูทีมชาติเดนมาร์กโชว์ผลงานยอดเยี่ยมให้กับแมนฯ ยูไนเต็ดตั้งแต่ฤดู 1991-99 กระทั่งถูกชมเชยว่าเป็นหนึ่งในผู้เฝ้าประตูที่เยี่ยมที่สุดของสโมสร และก็เปลี่ยนเป็นตำนานที่ถูกกล่าวถึงมาจนถึงทุกวันนี้

แต่ว่าหารู้ไม่ว่าเขาเคยเล่นให้คู่อริอย่างแมนฯ ซิตี้อีกด้วย โดยเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาล 2002-03 ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายสำหรับการค้าลำแข้งของเขา

 

1.โอเว่น ฮาร์กรีฟส์

กองกลางผู้ดีอังกฤษทำผลงานน่าประทับใจกับบาเยิร์น มิวนิค จนกระทั่งฟอร์มไปเข้าตา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ปรึกษาแมนฯ ยูไนเต็ด ณ เวลานั้น จนถึงถูกคว้ามาร่วมทีมในปี 2007 ซึ่งเขาใช้เวลาปรับนิสัยไม่นานแล้วก็สามารถโชว์ฟอร์มดียิ่งขึ้นเรื่อยๆอย่างไรก็ดี จุดเปลี่ยนแปลงสำคัญในอาชีพการเล่นของเขาเป็นการได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหัวเข่าอย่างหนัก จนกระทั่งทำให้เขาจำต้องร้างสนามไปกว่า 2 ปี ซึ่งต่อจากนั้นเปลี่ยนเป็นปัญหาเรื้อรังที่ตามรุมเร้าชีวิตเขาตลอกมา

ลักษณะการเจ็บดังที่กล่าวมาแล้วทำให้เขามิได้รับการขยายสัญญา แล้วก็เปลี่ยนเป็นนักฟุตบอลฟรีเอเย่นต์ในทันทีในปี 2011 ก่อนที่จะถูกแมนฯ ซิตี้ ดึงตัวไปร่วมทีมด้วยสัญญาระยะสั้น แล้วก็ลงเล่นได้ไม่นานเขาก็เจ็บเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 3 ปี ต่อไปเขาก็มิได้ลงไปในสนามให้กับ แมนฯ ซิตี้ อีกเลย และก็จำต้องเปลี่ยนเป็นนักฟุตบอลฟรีเอเย่นทำให้เขาจำเป็นต้องประกาศห้อยสตั๊ดด้วยวัยเพียงแค่ 31 ปีเท่านั้น

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

แกรี่ เนวิลล์ รับไม่เห็นด้วยกับ พอล สโคลส์

ยูฟ่าเบท โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีคลาสกับวิธีการทำลีลาเย้ยแฟนบอล

เว็บ UFABET แกรี่ เนวิลล์ รับไม่เห็นด้วยกับ พอล สโคลส์ ที่บอก โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีคลาสกับวิธีการทำลีลาเย้ยแฟนบอล ยูเวนตุส ช่วงเวลาที่ เปาโล ดีบาล่า กองหน้า “เจ้าม้าลาย” เปิดเผยเข้าไปบอกอะไรกับนายใหญ่ “ปีศาจแดง”

แกรี่ เนวิลล์ อดีตกาลแบ็กขวา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เห็นพ้องกับ พอล สโคลส์ เพื่อนเก่าที่กล่าวว่า การแสดงออกของ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังเกมที่ “ปีศาจแดง” บุกไปเอาชนะ ยูเวนตุส 2-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป เอช เมื่อวันพุธที่ 7 พ.ย. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่

มูรินโญ่ ทำท่าป้องหูแล้วแสยะยิ้มเล็กๆไปทางแฟนบอล “ม้าลาย” สร้างความไม่ชอบใจให้กับนักฟุตบอลเจ้าถิ่น ก่อนที่ สโคลส์ จะวิภาควิจารณ์ว่า “คุณควรชนะแบบมีคลาสสักนิด ไปประสานมือกับผู้ฝึกสอนฝั่งตรงข้าม หรือเดินไปตบมือให้กับแฟนบอลข้างสนามยังดียิ่งกว่า วิธีการทำอย่างงี้มันไม่สำคัญแต่ว่าก็นะ นี่มันเป็นแนวทางที่เขาเป็น”

อย่างไรก็แล้วแต่ เนวิลล์ แสดงความเห็นผ่าน สกาย สปอร์ตส์ ว่า “บางบุคคลบางทีอาจรังเกียจแบบนั้น แต่ว่าผมชอบสิ่งที่เขาทำนะ ผมมีความรู้สึกว่า มันจะต้องมีปฎิกิริยา และก็ความหลงใหลหลังจบเกม ผมยังชอบปฎิกิริยาหลังจบเกมของเขาในนัดเจอ นิวคาสเซิ่ล ด้วย”

“สำหรับผมแล้ว ประสิทธิภาพของ โชเซ่ ยังยอดเยี่ยมเสมอ ความประพฤติของเขาไม่ว่าจะแพ้หรือชนะน่าดูตลอด เขาชี้ให้เห็นถึงความจริงจัง” ตำนานกองหลัง “ปีศาจแดง” กล่าว

เวลาเดียวกัน เปาโล ดีบาล่า กองหน้า ยูเวนตุส เปิดเผยสิ่งที่กล่าวกับ มูรินโญ่ หลังจบเกมว่า “ผมเพียงแค่บอกเขาว่า มันไม่มีความจำเป็นเลยที่ทำท่าทางอย่างนั้น มันไม่สำคัญที่ไปสร้างความเคร่งเครียดให้เพิ่มมากขึ้น ผมมิได้เข้าไปลบหลู่ดูหมิ่นเขา ผมเพียงแค่บอกเขาและจากนั้นก็เดินออกมา”

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด  , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท , สูตรแทงบอล

5 ผู้จัดการทีมที่มีโอกาศล่ำลาสโมสร

เว็บ UFABET เปิดรายนาม 5 ผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก ที่มีโอกาสว่างงานก่อนวันคริสต์มาส 

ยูฟ่าเบท หลังยังทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาล บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฟาดลำแข้งกันไปแล้ว 11 เกม

และจนกระทั่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใดที่โดนไล่ออก แต่ มั่นใจว่า ก่อนถึงช่วงคริสต์มาส คงจะมีบุคคลที่จะต้องกระเด็นตกเก้าอี้ โดยที่น่าจับตาเป็น 5 รายดังต่อไปนี้

1. สลาวิซ่า โยคาโนวิช (ฟูแล่ม)

สลาวิซ่า โยคาโนวิช กำลังเก้าอี้ร้อนสุดๆหลังพา ฟูแล่ม บุกไปแพ้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 0-1 เมื่อวันจันทร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทำให้ “เจ้าสัวน้อย” ร่วงไปรั้งบ๊วยของตารางแล้ว

ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเซอร์เบีย ทำผลงานได้ดีเยี่ยมสำหรับการพา ฟูแล่ม เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก แล้วก็ได้รับคำกล่าวชมเชยว่า ทำทีมเล่นเกมบุกในสไตล์ที่สวยงาม

อย่างไรก็ดี ฤดูกาลนี้ ฟูแล่ม ทำผลงานตกต่ำเล่นไป 11 เกม ชนะ 1 เสมอ 2 และก็แพ้ไปถึง 8 เกม โดยยิงได้เพียงแค่ 11 ประตู และก็เสียไปถึง 29 ลูก หรือเฉลี่ยโดนนัดละ 2.6 ลูกเลยทีเดียว

ฟูแล่ม ทุ่มเงินก้อนโตดึงนักฟุตบอลมาเสริมกองทัพถึง 14 รายในตอนซัมเมอร์และลำแข้งดังอย่าง อันเดร เชือร์เล่ และก็ ฌอง-มิเชล เซรี่ ด้วยเหตุนี้ถ้าเกิดผลงานยังตกต่ำอย่างงี้รับประกันว่าจะมิได้อยู่ปฏิบัติงานจนถึงวันคริสต์มาสแน่นอน

2. มาร์ค ฮิวจ์ส (เซาธ์แฮมป์ตัน)

เซาธ์แฮมป์ตัน บุกไปแพ้ แมนฯ ซิตี้ เละเทะ 1-6 เมื่ออาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ทำให้ตกไปอยู่อันดับ 16 ของตาราง และก็ มาร์ค ฮิวจ์ส ก็เปลี่ยนเป็นหนึ่งในตัวเก็งผู้จัดการทีมฟุตบอลที่จะโดนไล่ออกคนแรก

“นักบุญแดนใต้” ลงเตะไป 11 เกม พึ่งจะชนะแค่นัดเดียว ที่เหลือเสมอ 4 แล้วก็แพ้ 6 มีอยู่เพียงแค่ 7 คะแนนแค่นั้น ถึงแม้มีนักเตะฝีเท้าดีหลายรายอยู่ในทีมก็ตาม

มั่นใจว่า เซาธ์แฮมป์ตัน จะมอบโอกาส ฮิวจ์ส อีกแค่นัดเดียวในเกมต่อไปที่จะเปิดรัง เซนต์ แมรี่ส์ ต้อนรับ วัตฟอร์ด วันเสาร์นี้ โดยถ้ายังแพ้อีกก็เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะไปหางานใหม่ได้เลย

3. รอย ฮ็อดจ์สัน (คริสตัล พาเลซ)

รอย ฮ็อดจ์สัน ได้รับคำยกย่องเป็นอย่างมาก ภายหลังพา คริสตัล พาเลซ รอดตกชั้นเมื่อฤดูที่แล้ว หลังมารับงานต่อจาก แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ที่พาทีมสตาร์ตฤดูกาลได้ตกต่ำ

“ปราสาทเรือนแก้ว” มอบรางวัลให้ผู้จัดการทีมวัย 71 ปี ด้วยการต่อสัญญาไปจนกระทั่งปี 2020 และเชื่อมั่นว่า ปู่รอย จะทำทีมได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ดี ผลงานของ พาเลซ ก็ไปได้ไม่ดีเหมือนที่สโมสรคาดหวังไว้ หลังไม่ชนะทีมไหนตั้งแต่ก.ย. ก่อนหน้าที่ผ่านมา จนกระทั่งขณะนั้นอยู่ที่ 14 ของตารางแล้ว

4. ราฟาเอล เบนิเตซ (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

ราฟา เบนิเตซ พึ่งจะพา “สาลิกาดง” เก็บชัยครั้งแรกของฤดู หลังเปิดบ้านเชือด วัตฟอร์ด 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทำให้หลุดจากโซนตกชั้นขึ้นมาได้แล้ว

แต่ เก้าอี้ของผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวประเทศสเปน ยังสั่นคลอนมีโอกาสไม่มีงานทำได้ทุกเวลา หลัง นิวค้างสเซิ่ล พึ่งจะมีเพียงแค่ 6 คะแนน จากชนะ 1 เสมอ 3 แล้วก็แพ้ 7

อย่างไรก็ดี ผลงานไม่ดีของ “สาลิกาดง” ใช่ว่าจะไปโทษ เบนิเตซ ผู้เดียว ด้วยเหตุว่าเขาเกือบจะมิได้เงินให้ไปเสริมกองทัพอย่างที่ตนเองอยากได้เลย

5. โชเซ่ มูรินโญ่ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

ถึงแม้ช่วงหลังผลงานในลีกของ “ปีศาจแดง” จะดีขึ้นขึ้นบ้างแล้ว แต่ว่าอนาคตของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ยังไม่มั่นคง

ถ้าเกิดผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด เกิดวูบไปอีก มั่นใจว่า บอร์ดสโมสรอาจจะจำเป็นต้องแยกทางกับผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส ด้วยเหตุว่าทีมอย่าง “ปีศาจแดง” ตั้งเป้าหมายต้องติดท็อปโฟร์ให้ได้เท่านั้น

ในตอนที่แฟนบอล ยูไนเต็ด บางส่วนก็ดูอย่างกับว่ายังไม่ประทับใจฟอร์มการเล่นของทีม แถมโปรแกรมก่อนถึงวันคริสต์มาส จะต้องพบกับทั้ง แมนฯ ซิตี้, อาร์เซน่อล รวมทั้ง หงส์แดง ทำให้ถ้าหากผลงานออกมาไม่ดีก็มีโอกาสที่ มูรินโญ่ จะว่างงานเหมือนกัน

สมัครสมาชิกคลิก : UFABET , แทงบอลออนไลน์ , แทงบอลเงินสด , สูตรแทงบอล , สมัคร UFABET , ยูฟ่าเบท

post

7 สถิติไม่สู้ดีของ ‘โมนาโก’ ภายใต้การคุมทีมของ ‘อองรี’

วันนี้เราจะมาเปิดสถิติในด้านลบของ โมนาโก ภายใต้การคุมทีมของ เธียร์รี่ อองรี ชายผู้ที่เราหวังว่าจะไม่หมดแพชชั่นในการคุมทีมไปเสียก่อน… หลังจากเริ่มต้นหน้าที่ใหม่ได้ 5 นัดและยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น

มีข่าวสารว่า เธียร์รี่ อองรี ใกล้จะเปลี่ยนเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่ของ แอตันวิลลา เมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่ว่าในที่สุดเขาก็เลือกคุมกลุ่มที่ได้ฟาดหน้าแข้งในแชมเปี้ยนส์ลีกอย่าง โมนาโก แทนที่จะลงไปคุมกลุ่มในแชมเปี้ยนชิพ

การปลด ลีโอนาร์โด ชาร์ดิม จากการเริ่มต้นฤดูอันตกต่ำก็ทำให้ผู้คนหวังว่า ออรี จะเข้ามากมายอบกู้เหตุการณ์ในถิ่น ตาด ฝ่าส์ เดอซ์ โดยใช้ประสบการณ์จากการเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในกลุ่มชาติประเทศเบลเยี่ยม

การเคยร่วมงานกับผู้จัดการทีมระดับแนวหน้าอย่าง อาร์เซน เวนเกอร์ และก็ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำให้ ออรี ถูกคาดว่าเขาจะเปลี่ยนมาเป็นอีกหนึ่งผู้จัดการทีมฟุตบอลชั้นแนวหน้าในอนาคต

โชคร้ายที่หลายอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง โมนาโก ภายใต้การควบคุมกลุ่มของออรี ยังหาชัยมิได้เลย ทั้งยังแพ้คาบ้านไป 4-0 ต่อ คลับรูซ ใหม่ๆในแชมเปี้ยนส์ลีก

วันนี้พวกเราถึงนำ สถิติ ที่สมัยก่อนหัวหอกของ อาร์เซนอล แล้วก็ บาร์เซโลน่า ก็อาจจะไม่ต้องการให้เกิดขึ้นซึ่งจะมีอะไรบ้างติดตามถึงที่เหมาะนี่


1. ไร้ชัย 15 เกมติดต่อกัน

ตอนที่ ออรี รับงานกับ โมนาโก กลุ่มหวังว่าเขาจะหยุดสถิติการแพ้คนไหนกันแน่เลยถึง 10 เกมต่อเนื่องกันในทุกรายการ แม้กระนั้นแปลงเป็นว่าเขาได้เพิ่มสถิตินั้นไปถึง 15เกม โดย โมนาโก เสมอ เกม รวมทั้งแพ้ 10 เกม

พวกเขามิได้มีสถิติไม่มีชัยช้านานขนาดนี้นับจากเดือน เดือนกันยายน 1968 จนกระทั่งเดือนมกราคม 1696 ที่ไม่มีชัย 16 เกมต่อเนื่องกัน


2. เก็บคะแนนได้น้อยที่สุดหลังผ่านไป 12 เกม

โมนาโกพึ่งจะเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวจากสามเกมแรกของ ออรี ในลีกเอิง ทำให้พวกเขามีเพียง แต้มรวมจาก 12 เกม ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำที่สุดภายหลังจากผ่านไป 12เกมในประวัติศาสตร์สมาคมตั้งแต่แมื่ออยู่บนลีกสูงสุดมา

ปัจจุบันนี้ โมนาโก อยู่ชั้น 19 ใน ลีกเอิง และก็อยู่ห่าง 18 แต้มจากชั้นสามอย่าง ลีลล์พวกเขาปรารถนาจุดแปลงครั้งใหญ่หากอยากได้ที่จะชิงตำแหน่งเพื่อไปแชมเปี้ยนส์ลีก


3. ไร้คลีนชีต

ออรี ยังมิได้รับประสบการณ์ที่กลุ่มได้คลีนชีตเลยตั้งแต่แมื่อเข้ามาคุมกลุ่ม กลุ่มของเขาเสียประตูไป 10 จาก เกม ซึ่งเกมรับยังค่อนข้างจะตกต่ำถึงจะเปลี่ยนแปลงกุนซือใหม่

ดังนี้ โมนาโก ยังเก็บคลีนชีตได้แค่เพียงครั้งเดียวในลีกเอิงจาก 12 เกม ซึ่งเป็นกลุ่มที่เก็บคลีนชีตได้ต่ำที่สุดในลีกเอิง


4. ได้ 4 ประตูจากการยิง 53 ครั้ง

เว้นเสียแต่กองหลังที่รั่วแล้ว แนวรุกของโมนาโกก็ยังจำเป็นต้องปรับปรุงขึ้นอีก รวมทั้งคำสัญญานที่ดีก็ยังคงไม่มาภายใต้การควบคุมกลุ่มของ ออรี แม้พวกเขาจะได้โอกาสยิงถึง 53 ครั้งใน เกม

แม้กระนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือพวกเขายิงเข้าประตูเพียงแต่ จากการยิง 53 ครั้ง ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นอยู่ที่แค่เพียง 7.5% ที่พวกเขายิงไปรวมทั้งกลายเป็นประตูได้ พวกเขายิงเข้ากรอบไป 20 ครั้งแม้กระนั้นพวกเขาจำเป็นจะต้องยิงให้คมเสมือนกุนซือของพวกเขาในอดีตกาลเพื่อเปลี่ยนแปลงมันให้เป็นประตูได้มากกว่านี้


5. ปราชัยในบ้านมากที่สุดของประวัติศาสตร์ทีมในยุโรป

การแพ้ 4-0 ในบ้านต่อ คลับ รูกก์ ในคืนวันอังคาร เป็นการปราชัยที่เปรอะที่สุดในรังเหย้าในรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก และก็ ยูโรเปี้ยนคัพ

มันเป็นเกมที่ ออรี จำเป็นต้องเก็บชัยมาให้ได้ ฝั่งตรงข้ามเป็นเพียงแต่กลุ่มที่บ๊วยของกรุ๊ป ที่ยังมีเพียงแค่แต้มเดียว เดี๋ยวนี้โมนาโกหวังได้เพียงแค่ชั้น เพื่อลงไปเล่นยูโรป้า แต่ว่าเกมที่จะจำเป็นต้องพบ แอตเลตำหนิโก มาดริด และก็ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะเป็นงานยากอย่างไม่ต้องสงสัย


6. สถิติเสียประตูใหม่ในแชมเปี้ยนส์ลีก

ข้างหลังเกมกับ คลับ รูกก์ โมนาโก แปลงเป็นกลุ่มจากประเทศฝรั่งเศสกลุ่มแรกที่เสียประตูสามลูกใน 25 นาทีแรกของเกมในรังเหย้าซึ่งเป็นสถิติใหม่ในแชมเปี้ยนส์ลีก

เจ้าของบ้านมีเกมรับที่ตกอับเป็นอย่างมากแล้วก็พวกเขาก็ถูก ลีบ รูกก์ ฉีกเป็นชิ้นๆได้โดยง่าย ดูท่าเกมจะจบลงไปก่อนที่จะมันจะเริ่มเสียอีก


7. ตัวสำรองโดนใบแดงเร็วที่สุดในลีกเอิง

โชคร้าย ก็เข้ามาเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งในกลุ่มที่กำลังอยู่ในตอนเหนื่อยยากของ อองรี ที่โมนาโก อาทิเช่น ในเวลาที่เขาส่ง ซามูเอล แกรนด์เซอร์ ลงเป็นตัวจริงในเกมแรกที่พบกับ สทราซบูร์ แล้วก็ข้างหลังสองนาทีที่เกมเริ่ม แกรนด์เซอร์ ก็โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

โน่นแปลงเป็นการโดนไล่ออกที่เร็วที่สุดในรอบ ปีของลีกเอิง ซึ่งได้เกิดขึ้นกับเกมแรกที่ ออรี เริ่มหน้าที่กุนซือ ช่างโชคร้ายอะไรแบบนี้...